Opel in Talks > Trip and Activity

พาเที่ยวบ้านเกิดผมบ้างดีกว่า.... ^_^

(1/4) > >>

kamolwat_t:
เมื่อวันที่10 ที่ผ่านมาได้กลับไปถวายสังทานให้ช่างทราย และไปไหว้กระดูกตระกูล ที่วัดช่างเหล็กครับ วัดที่บ้านเกิดผมตรงตลิ่งชัน....

ดูจาก...รูปข้างล่าง..หรือไปเซริท เฮีย goo นะครับ...

kamolwat_t:
คือ ถ้าดูจากในรูป...

บ้านเกิดผมที่อยู่ตอนเด็กๆยัน ป. 5 คือ"บ้านสวน"ครับ เวลาจะไป รร. ต้องพายเรือไปตรง ร้านแปะตือ เพื่อเดินไปขึ้นรถ 2 แถว (หลังๆขับรถไป) แฮะๆๆ

ไม่ได้กลับไปนาน... คิดถึงมากๆครับ...

ด้านบนคือ ตลาดน้ำตลิ่งชัน...ที่ผมเคยพา เป้ย และพี่วิน กลับมากินส้มตำกับปลาช่อนย่าง ตอนงานบวชโค้ชครับ..

ไหนๆก็พูดถึงตลาดน้ำ... เมื่อก่อน มันจะเป็นแพไม้ไผ่มีหลังคามุงจากครับดูดีมี CI มากๆ แต่ตอนนี้เป็นโปีะเหล็กหลังคาสังกะสี...ไม่ชอบเลยไม่ได้สื่อถึงความเป็น ธรรมชาติของท้องถิ่น หลังๆนี้ก็มีแต่ของกินมาเกาะขาย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะมีชาวสวนจริงๆเจ้าของสวนจริงๆ พายเรื่อเอาผลไม้(แถวนั้นมะไฟ กระท้อน ชมพู และมะเหมี่ยวขึ้นชื่อครับ) และพวกผักสวนครัวมาขายทุกวันเสารือาทิตย์ ตลาดคึกคักมากๆๆๆ มีของกินโบราณ เช่นขนมเบื้องโบราณ คล้ายๆบน มาบุญคลองครับ แต่ว่าเป็นของจริงไม่ได้แปลงสูตรแบบข้างบนห้าง ตอนนั้นยังเด็กเลยจำไม่ได้ว่ามีใส่อะไรบ้างแต่ว่ามันอย่อยโคตรๆฮะ กระท้อนก็ลูกละ 2โล... :วิญญาณ: :วิญญาณ: กินได้ทั้งบ้าน แต่เดี๋ยวนี้ ตรงตลาดน้ำจะมาขายของต้องเสียค่าระวางลำละ 50 บาทครับ ขายผักขายผลไม้มันไม่ได้กำไรเท่าไรหรอก... ยังจะมาเก็บเงิน ผมโคตรเกลียดเลย.. เอาไว้มีตังจะมาทำตลาดน้ำในคลองของผมแข่งบ้าง... เมื่อก่อนเขาเล่าว่า... ตลาดน้ำจริงๆมันมีเริ่มตั้งแต่ตรง "ร้านแปะตือ"หน้าวัดช่างเหล้กยาวไปยันทางรถไฟ หรือตรงตลาดน้ำในบัจจุบันครับ ผมไม่ชอบกลุ่มคนที่ไม่รุ้ว่าตัวเองกำลังดูแล อะไรอยู่ดีแต่หาประโยชน์เข้าตน และพวกพ้องจนทำให้ระบบที่มันดำเนินมาแต่โบราณโดนทำลายไปครับ โตขึ้นผมจะทำโฮมสเตย์ ตรงบ้านสวนของผมจริงๆด้วย...

และตรงนี้สมัยเด็กๆ ผมจะเดินผ่านตรงนี้ทุกวันครับเมื่อก่อน เรียน โรงเรียนวัดตลิ่งชัน ตรงนี้ เป็นที่ทำการเขตมีสนามหญ้าผมชอบมากลิ่งๆเล่นบ่อยๆ

มาต่อตรงอื่นดีกว่าครับ เป็นเกร็ดความรู้แล้วกัน.... ทางรถไฟสายนี้จะไปยังเมืองกาญครับ... สถานีต้นทาง ธนบุรี คือที่ๆ โกโบริโดน ระเบิดครับ :P แต่บ้านอังสุมารินอยู่ไหนผมไม่รู้นะ  :-[ อิอิ

คลองชักพระ เมื่อก่อนคือแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมครับ ดูจากสี น้ำตาล... แล้ว ในสมัย.....ผมไม่รู้แฮะ ในหลวงได้มีดำหริให้ตัดผ่านแม่น้ำครับ เพื่อย่นระยะทางการเดินทางทางเรื่อ...(ตอนขุดแม่น้ำ เห็นพ่อบอกว่าเจออะไรเพียบเลย...และแม่น้ำช่วงนี้จะตื้นมาก)

พ่อผมอีกเล่าว่า... เมื่อก่อน เวลาเรือเดินทางมาจากทางตอนเหนือของกรุงจะมาจอดแวะกันตรง บางพลัด ครับ(เหมือนชื่อ) แล้วก็ ค้างแรมกันตรงนั้น เพื่อที่จะเดินทางผ่าน แม่น้ำเจ้าพระยาเก่า(คลองชักพระในปัจจุบัน) ในตอนรุ่งสาง... เวลาเดินทาง แต่เดิม 14 กิโลเมตร ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ถ้า ลืมหม้อข้าว... ก็จอดตรงวัดอรุณ.. แล้วเดินลัดไปเอาตรงที่จอดเรือ ไปกลับ 4 กม เดินชั่วโมงเดียว...  8) 8) 8)

kamolwat_t:
อ่า...มาดู ร้านโบราญในย่านกันบ้าง... ร้านแปะตือ... คือร้านที่ขายของชำและ ขายอาหารในย่านนั้นครับ มีมาตั้งกะผมยังไม่เกิด... หน้าตาร้านก็มีมาแบบนี้ตั้ง 30 ปีแล้ว... ตู้ ที่วางข้างหน้านั้น... ผมจำความได้ก็มีแล้วครับ สงสัยจะไม่ต่ำกว่า 30 ปี โอ่ง ข้างๆร้าน ที่วางเรียง... เมื่อก่อน น้ำประปาไม่แรงครับ ต้องมีการรองน้ำ(สมัยโบราณใช้รองน้ำฝนนะครับ) ไหอันเล็กๆ เมื่อก่อนใช้ใส่เกลือครับ จะมีเรือขายเกลือผ่านมาบ่อยๆ

รูปแรก บรรยากาศหน้าร้านครับ มีเก้าอี้ยาว...

ป้ายเป๊ปซี่โบราณ จริงๆมีโบราณกว่านี้...แต่เอาออกไปแล้ว... มันเขียนว่าขวดละ25สตางค์... คิดดูครับว่าเก่าม่ะเก่า ตรงนี้เป็นจุดที่ใช้ส่งเป็ปซี่ และโค้ก ครับ งงป่าว..

เมื่อก่อน โค้กอยู่ตรงวัดเจ้าอามครับ ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ เวลาขนส่งมาจากโรงงาน(ไม่รู้อยู่ไหนนะัครับ) มันจะมาทางเรือ แล้วมาพักที่ คลังตรงวัดเจ้าอาม แล้วก็จะจัดส่งทางเรื่อ(เป็นเรื่อลำใหญ่ๆครับไม่รุ้เรียกว่าอะไร) เพื่อขึ้นรถส่งตามท่าต่างๆ ที่วางจุดส่งของเอาไว้... โดยจะมีรางเหล็กชุบน้ำมันพาด..แล้วเอา ลังโค้กเหวี่่ยง ให้ไหลไปตามรางเหล็กครับ ถ้าน้ำขึ้น เรือจะลอยสูงตามรากก็สูงกว่าบนบก ก็จะเป็นการส่งของใหม่ครับ แต่ถ้่า น้ำลง บนบกสูงกว่า ก็จะเป็นลังเปล่าจากบนบกส่งกลับลงเรื่อเพื่อบรรจุใหม่ครับ... ฉลาดมักๆ แต่ตอนนี้มีการทำประตูระบายน้ำ เพื่อกันน้ำท่วม กรุงเทพชั้นใน เลยไม่มีเรือแบบนั้นแล้ว... เหลือแต่รางเหล็กวางไว้ข้างๆทางเดินเป็นอณุสรณ์ (ผมก็ลืมถามว่าเลิกขนแบบนี้กันมากี่ปีแล้วซะด้วย)

ช่องเล็กๆ ที่เป็นสังกะสี รูปที่ 3 คือ ช่องทางลัดไปห้องน้ำครับเวลามากินเหล้า... ก็ฉี่ตรงนี้เลย..(ไม่ได้ล้อเล่นนา...เขาสร้างมาไว้ฉี่จริงๆ)

รูปที่ 4 ตู้ 2 ใบที่ผมบอกว่ามันมีมาก่อนผมเกิดฮะ.... ใบเล็กเมื่อก่อนจะมี บ๊วยเค็ม(พูดแล้วน้ำลายไหลเลย) วางขายอยู่ เวลาซื้อ 3เม็ด2 บาท ซื้อมาแล้วแปะตือ จะเอาห่อใส่กระดาษหนังสือพิมพ์ครับ เอากลับมาอมที่บ้าน... เคยมีวีรกรรม... ผมอมแล้วหลับไป... ตื่นเช้ามา...ปากเปื่อย...เลย...เพราะว่ามันเค็มจัด... :เครียด: ดูลักษณะการแขวน/วางของ ยังเหมือนกับเมื่อตอนผมเด็กๆครับ ไม่ค่อยเปลี่ยนเลยดีจัง.. :)

รูปที่ 5 ลักษณะของการแขวนของครับ และจะมีบานเปิดปิดร้าน... เวลา เก็บร้านก็ปิดเลย.. ไม่ต้องขนของเข้าๆออกๆ ฉลาดโคตรๆ ชอบงาน เตค สมัยเมื่อก่อนจัง ฟังค์ชั่น แบบการเรียนรู้ ผมจะเอาร้านนี้เป็นโครงสร้างต้นแบบของ ฟร้อนใน โฮมสเตย์ผมในอณาคตครับ อยากจะคงลักษณะ ของร้านโบราณแบบนี้เอาไว้ และอาจจะเอามาใช้ที่ร้านกาแฟที่เชียงใหม่ผมบางส่วนด้วย... :D

kamolwat_t:
ออ ต่อๆจากข้างบน รูปที่ 4 จะเห็น อาม่า เจ้าของร้าน(แฟนแป๊ะตือ) ทำใส้เด็กให้ผมกินครับ ;D ;D ;D  (งงอ่ะจิเดียวบอกข้างล่าง...)

รูปที่ 5 เห็น เก้าอี้โบราณม่ะครับ มีมานานมากแย้ว... ข้างบนมันจะเป็นไม้ ข้างล่างเป็นเหล็กครับ ทนโคตรๆ ;)

อ่า... มาต่อกันที่ อาหารขึ้นชื่อครับ... ไส้เด็ก... รูปที่ 1 เลย..

จริงๆมันคือไส้หมุล้างสะอาดแล้วต้มพะโล้ครับ... สิ่งที่ไม่เหมือนที่อื่นคือ กลิ่นของเครื่องเทศที่เป็นกลุ่นเฉพาะของร้าน มันจะไม่แรงครับ แล้วก็ น้ำปลาพริก... จริงๆต้องเรียกว่ามะนาวพริกน้ำปลาเพราะว่า มีรสเปรียวนำครับ มีมะนาวมากกว่าน้ำปลาฮะ...

ที่มาของชื่อ... คืออาผมที่เลี้ยงผมตั้งแต่เด็ก ตั้งชื่อเอาไว้ตอนขู่ผมเวลาดื้อๆซนๆ กลับจาก โรงเรียนมาเมื่อก่อนต้องกิน เกือบทุกวันครับ เลยกลายเป็นชื่อที่ชาวบ้าน(เมื่อก่อนนะ) เขารู้กันไปแล้ว...แฮะๆๆ วีรกรรมเยอะจริงๆเลย.. :-[

แล้วก็จะมี ต้มยำ อุตลุดครับ... ได้สูตรมาจาก รายการอะไรสักอย่างเนี้ยแหละ...อย่อยดี... แต่วันนั้นไม่ได้ทาน... แล้วก็ ซุปเนื้อครับ คล้ายๆของอิสลามที่มันมีมะเขือเทศด้วย... รสเปรี้ยวนำตามด้วยเผ็ดและกลมกล่อม(ช่วงที่กลับมาเที่ยว กทม หลังๆยังได้ทานอยุ่จำรสชาดได้ ;) )

ส่วนที่เหลือก็จะเป็นอาหารที่เขาขับเรือ ผ่านครับ..มีทั้งเป็ดพะโล้... โจ๊ก โจ๊กนี้ขอแนะนำเลยคัรบ... เป็นโจ๊กโบราณ ครับ เวลาทำเขาจะมี หม้อที่มีแต่ข้าวข้นๆ ข้นในระดับข้าวหมาที่บ้านผมเลย ข้นมากๆ และหม้อซุป อีกหม้อครับ แล้วก็จะมี เครื่องต่างๆวางอยู่ในเรือ เวลาสั่งก็จะทำชามต่อชาม อย่อยกว่า โจ้ก กวนๆที่ขายตามร้านมาก.... แล้วทีเด็ดคือเกาเหลาโจ็กครับ... คือทำแบบโจ้กทุกอย่างแต่ว่าไม่ใส่ข้าว... รสชาดไม่เหมือนเกาเหลาของก๋วยเตี๋ยวนะครับ เพราะว่าน้ำซุปมันคนละแบบกันอยากรู้ต้องจัดทริปมาลอง...อิิอิ ที่เหลือก็ หมูสะเต็กครับ มาช่วงค่ำๆ หนมปังปิ้งกับน้ำจิ้มอาจาด..อาย่อยมากกกกก เหมาะที่จะเป็นกับแกล้มอย่างยิ่ง... :D อิอิ  :drink: :drink: :drink:

รูปที่ 2 ข้างๆร้านครับ... มีโอ่งเพียบเลย... ไว้รองน้ำ.. และตู้โบราณที่ผมว่า..

รูปที่ 3 ไหที่ผมบอกว่าเอาไว้ใส่เกลือครับ... เชื่อไหมฮะว่าผมมาร้านนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วมันก็อยู้ตรงนี้... ไม่รู้ว่าใส่อะไรอยู่...อิอิ แต่ไม่ได้ย้ายไปไหนเลย... :o

ออพื้นของร้าน..เป็นไม้ เก่ามากครับ สมัยเด็กๆ ช่วงลอยกระทง... น้ำจะท่วมเสมอ...ยันกระดานเลย... จำได้ติดตา...ลอยกระทงตรงนี้แหละ... :-*

รูปที่ 4 ด้านข้างของร้านที่เป็นทางเข้าครับจริงๆ ถ้าเอาต้นไม้ออกมีโอ่งอยู่ร่วมๆ10 ใบได้ครับ.. สะท้อนชีวิตการเป็นอยู่ชัดมาก ยังมองเห็นรางน้ำฝนที่ดักลงมาที่โอ่งอยู่เลย เฮ้ย..เรียกผิด... นี่มันตุ่มครับ อ้วนกว่าโอ่ง...และไม่มีลาย(จริงๆนะ)

เกร็ดอีกนิดฮะ... จำได้คุ้นๆว่า... ตุ่มเนี่ย มันมาจากราชบุรี..มาทางเรือครับ ใช้ถ่วงเรือมา แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ ขากลับก็เอาสินค้าในกทม ล่องกลับไป.... พ่อเคยบอกไว้

รูปที่ 5 ประตูบานเซี้ยม และระแนงในบ้านครับ.... บ้านแบบนี้ไม่ต้องกลัวยุง... เพราะว่า เวลานอนก็ขึ้นไปนอนชั้น 2 ครับลมโกรก เวลายุ่งเยอะก็จุดยากันยุงเอา.. สมัยผมเด็กๆก็เงี้ย.อ่ะ

kamolwat_t:
โอ่ะ... ลืมไป ข้าวไส้เด็กของแท้.. ต้องมีแตงกว่าเหลืองๆครับ แต่ผมไม่กินแตงกว่า... มันเลยเหลือตลอดเลยฮะ... :เครียด: แฮะๆๆ

รูปแรก... ชั้น 2 ของร้านครับ มีระเบียง... เหมาะกับการร่ำสุรามาก... ลมเย็นตลอดแน่นอน... แต่ผมไม่เคยขึ้นไปนะ...แฮะๆๆ :-[

สังเกตุลักษณะการวางขื่อ และแปล ของบ้านที่ชั้น 2 ไหมครับ... ไม้สมัยเมื่อก่อนมันคุณภาพดีมากครับ หลังนี้.. มีน้อยๆก็ 40 ปีแน่นอน...ไม้ยังหน้าตาดีอยู่เลย...ทั้งๆที่โดนแดดโดนฝน..ตลอด...

ออชั้นล่างจะเพดานสูงกว่าชั้นบนครับ ถ้าจำไม่ผิดสูง ประมาณ 3 เมตร มั้งครับ พื้นที่ภายในตัวบ้านก็ยกสูงจาก พื้นร้านข้างนอก ประมาณ 30 cm ครับ.. แต่แค่นี้น้ำก็ไม่ท่วมแล้ว... ท่วมครั้งสุดท้ายปี 25 ปีเกิดผม... :-X สวนทุเรียนที่บ้านผมตายเรียบ.... :dead:

รูปต่อมา.. เห็นลักษณะการเข้าไม้่ของผนังไหมครับ..การทำแบบนี้จะทำให้

1. ไม้ชิดกันไม่มีช่องว่างเวลาไม้หด

2. เวลาฝนตกไม่เข้าบ้านแน่นอน... บ้านสวนผมก็เข้าไม้แบบนี้ครับ มันจะมี แปน่าจะทุกๆ50 ผมปีนบ้านตัวเองเล่น เอาของเล่นไปซ่อมบ่อยๆ อิอิ 8) 8) 8)

ฝาบ้าน จุดที่อยู่เหนือบานเซี้ยม ยังคงแสดงให้เห็นถึงการระบายลมในตัวบ้านครับ... บ้านแบบนี้ไม่ร้อน...แน่นอน...  :D

รูปที่ 3-4 บานเซี้ยมฮะ... ผมนึกออกแล้วว่าทำไมถึงได้ชอบบานเซี้ยมมากเวลาจะออกแบบ เพราะว่ามันติดตานิเอง... 8) 8)

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

Go to full version