Market Zone > Market Place for OPEL Spare Parts

รักษ์อะไหล่ยนต์ ย่านวรจักร จำหน่ายอะไหล่ Opel อะไหล่แท้ ทุกรุ่น มือหนึ่ง ถูก

<< < (6/6)

ruxalaiyont:
วันนี้ admin มีเรื่องมาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่จะขับขี่ขึ้นเขา-ลงเขา ขับอย่างไรให้ปลอดภัย

เริ่มจากการใช้เกียร์ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์ เมื่อรถเสียกำลัง อย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ
ขณะที่ เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา 2 ถ้า 2 ยังเอาไม่อยู่ให้เปลี่ยนมา L แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา
ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

ส่วนการขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หักพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง

ข้อควรระวัง
1.ขณะขับรถขึ้นทางชันหรือขึ้นเขาควรเร่งความเร็วให้สม่ำเสมอเพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวลแต่อย่าเร่งเครื่องยนต์อย่างรุนแรง เพราะนอกจากความเร็วจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย
2. อย่าใช้เกียร์ว่างในขณะลงเนินชัน หรือลงเขาโดยเด็ดขาด!! เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงเนินตามรอบเครื่องยนต์ และอย่าลืมควบคุมความเร็วของรถให้สัมพันธ์กับเกียร์ ด้วย
3. ควรใช้เกียร์ต่ำ คือเกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 (เกียร์อัตโนมัติคือ L)ในขณะขับรถขึ้นเขา เพราะถ้าใช้เกียร์ที่สูง อย่างเช่นเกียร์ 3, 4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและแรงฉุดมากพอที่จะเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขา นอกจากนี้ยังเป็นการผลาญน้ำมันโดยไม่จำเป็นอีกด้วย



Cr. sanook.com

ติดตามบทความดีๆ และ click like เพื่อสนับสนุนเราได้ทาง www.facebook.com/ruxalaiyont

พบกับ Ruxalaiyont.com โฉมใหม่ได้ทาง www.ruxalaiyont.com

สั่งอะไหล่โทร: 02-221-7756, 02-223-9944, 02-225-2758, 02-685-4522 Fax: 02-225-2759

สนับสนุนบทความดีๆ โดย รักษ์อะไหล่ยนต์ (Ruxalaiyont Limited Partnership)

ruxalaiyont:
หลายๆคนเจออุบัติเหตบนท้องถนน อาจจะเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า "ควรเคลม หรือ ไม่เคลมประกันดี" "แบบไหนคุ้มกว่ากัน" วันนี้ admin มีคำตอบมาให้ :)

 “อุบัติเหตุ” เกิดขึ้นโดยที่คุณไม่เคยคาดคิด... ถ้าโชคร้ายรถเสียหายมากถึงขนาดที่ซ่อมยังไงก็ไม่คุ้มก็ต้องทำใจขายรถทิ้งไป แต่ถ้าโชคดีหน่อยรถเสียหายไม่มากพอจะซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ได้คุณก็มีทางเลือกที่จะเอารถไปซ่อม 2 นั่นคือ เคลมประกันหรือซ่อมเอง

แต่เคลมแบบไหนคุ้มกว่ากัน? ต้องลองทำ 4 Checklist ต่อไปนี้

Check 1:  ใครเป็นฝ่ายผิด

      หลังเกิดอุบัติเหตุให้พิจารณาเบื้องต้นว่าใครเป็นฝ่ายผิดและมีคู่กรณีหรือไม่ เพราะถ้าคุณเป็นฝ่ายถูกและมีคู่กรณีจะสามารถเคลมประกันได้ทันทีโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าฝ่ายไหนผิดควรรอเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยตัดสิน เพราะคุณเป็นฝ่ายผิดจริงๆ อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คุณต้องพิจารณาใน Checklist ข้อต่อไป...

Check 2: ประเมินค่าใช้จ่าย

      ส่วนสำคัญที่จะทำให้คุณตัดสินใจว่าจะเคลมหรือไม่เคลมคือการประเมินค่าใช้จ่ายว่าสุดท้ายแล้ว คุณจ่ายเองคุ้มกว่าเคลมประกันหรือไม่ โดยอาจประเมินจากค่าอะไหล่ที่เสียหายอย่างคร่าวๆ

Check 3:  ค่าเสียหายส่วนแรก (Deduct ) เท่าไร

      ค่าเสียหายส่วนแรก (Deduct) เป็นค่าใช้จ่ายที่คุณตกลงจะรับผิดชอบเองตั้งแต่ 1,000 - 5,000 บาทกรณีเกิดความเสียหายเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ (สามารถดูได้ที่กรมธรรม์) แต่จะจ่ายเงินเองก็ต่อเมื่อคุณเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณประเมินค่าความเสียหายแล้วเกินค่าเสียหายส่วนแรกที่คุณระบุไว้ ก็ควรจะเคลมประกันดีกว่า เพราะถ้าซ่อมเองคงไม่คุ้มแน่ๆ

Check 4:  ปีหน้าคุณได้ส่วนลดประวัติดีหรือไม่

      ส่วนลด 20% ถ้าไม่มีการเคลมในปีที่ 1     
      ส่วนลด 30% ถ้าไม่มีการเคลมในปีที่ 2
      ส่วนลด 40% ถ้าไม่มีการเคลมในปีที่ 3
      ส่วนลด 50% ถ้าไม่มีการเคลมในปีที่ 4

      สำหรับใครที่คำนวณบวกลบแล้วว่าไม่ขาดทุนและยืนยันจะเอาส่วนลดประวัติดีก็เตรียมควักเงินจ่ายค่าซ่อมรถเองไปก่อนได้เลย แล้วค่อยรอไปถอนทุนคืนตอนทำประกันในปีหน้า แต่ใครที่อยากจะเปลี่ยนบริษัทประกันภัยใหม่และต้องการซ่อมรถแบบที่ไม่ต้องควักเงินจ่ายเองก็แจ้งประกันส่งรถเคลมได้เลยค่ะ

      เฉลยคำตอบ: ถ้า 1 ในคำตอบของคุณคือ “ไม่คุ้ม” เราขอแนะนำให้คุณนำรถเข้าเคลมบริษัทประกันแทนการจ่ายเงินซ่อมเองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ





Cr. sanook.com

ติดตามบทความดีๆ และ click like เพื่อสนับสนุนเราได้ทาง www.facebook.com/ruxalaiyont

พบกับ Ruxalaiyont.com โฉมใหม่ได้ทาง www.ruxalaiyont.com

สั่งอะไหล่โทร: 02-221-7756, 02-223-9944, 02-225-2758, 02-685-4522 Fax: 02-225-2759

สนับสนุนบทความดีๆ โดย รักษ์อะไหล่ยนต์ (Ruxalaiyont Limited Partnership)

Navigation

[0] Message Index

[*] Previous page

Go to full version