Opel in Talks > FAQ and Articles

[ การบำรุงรักษา ] corsa ความร้อนขึ้น**แนะนำให้อ่านนะครับ**

<< < (8/17) > >>

Got:
ไม่ทราบท่านไดเขียนเอาไว้เรื่องนี่เอามาให้อ่านกันดู
ที่ว่าร้อนเพราะคุณตกใจ
กับตัวเลขบอกอุณหภูมิของรถรุ่นนี้รึเปล่า?

อย่าไปตกใจ
ถ้าความร้อนขึ้นลงระหว่าง 95 ถึง 100-105 องศา
เพราะเป็นช่วงความร้อนปกติ
ไม่ใช่โอเวอร์ฮีท

อุณหภูมิที่โอเวอร์ฮีทอยู่ที่ประมาณ 120 องศา
ตราบใดที่พัดลมไฟฟ้าของรถยนต์ทำงานปกติ
คือมีแรงดูดลมสูงเหมือนเดิม
ไม่ได้ไปเปลี่ยนของเทียมหรือพันใหม่

วิธีสังเกตว่าความร้อนถ่ายเทปกติหรือไม่?
โดยการติดเครื่องยนต์จนความร้อนขึ้นสูงสุด
ก่อนพัดลมไฟฟ้าจะทำงาน (ไม่เปิดแอร์)

เช่น ขีดความร้อนสูงถึง 100-105 องศา
แล้วพัดลมเริ่มทำงาน
ภายใน 5 นาที
ความร้อนจะลดลงเหลือประมาณ 95 องศา
แล้วพัดลมหยุดทำงาน

ปล่อยให้ความร้อนขึ้นสูงต่อไป
สังเกตดูว่าเมื่อถึง 100-105 องศา
พัดลมทำงานอีกครั้งหรือไม่
อย่างนี้เรียกว่าปกติครับ

ถ้าเปิดแอร์ พัดลมแอร์จะช่วยลดความร้อน
เพิ่มอีก 1 ตัว ความร้อนอาจลดต่ำกว่า 95 องศา
เป็นเพราะการระบายความร้อนถูกสั่งให้พัดลม
ทำงานนานขึ้นและมีพัดลมที่ 2 ช่วยด้วย
ตราบเท่าที่คอมแอร์ยังไม่ตัด
บางครั้งพบว่าอุณหภูมิลดลงเหลือ 90 องศา

ลองปิดแอร์อีกครั้ง
แล้วรอให้ความร้อนขึ้นสูงถึง 100-105 องศา
สังเกตว่าเป็นเหมือนเดิมตอนที่ทดลองแบบ
ไม่เปิดแอร์หรือไม่

ถ้าใช่ ถือว่าปกติครับ

อีกเหตุหนึ่งที่จะทำให้โอเวอร์ฮีทคือ
ระบบน้ำหล่อเย็นมีการรั่วซึม
ทำให้ไม่สามารถเก็บแรงดันได้
เมื่อไม่มีแรงดัน หรือแรงดันไม่สูงเท่าเดิม

จุดเดือดของน้ำจะลดลงจากปกติ 120 องศา
อาจเหลือ 110 องศา หรือ 100 องศา
อย่างนี้โอเวอร์ฮีทแน่นอน
และน้ำจะรั่วซึมออกจนหมด

วิธีสังเกต ให้ดูกระปุกเก็บน้ำทุกเช้า
หากน้ำลดหายจากระดับเดิมเร็ว
ต้องคอยเติมบ่อยๆ
อาการนี้บอกให้เรารู้ล่วงหน้าว่า
เริ่มจะมีรอยซึมเล็กๆแล้วล่ะครับ

ต้องแก้ไขไม่ให้มีจุดรั่วซึม
จึงสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตามสเป๊กครับ

รถยี่ห้ออื่น ขีดบอกความร้อน
จะช่วงกว้างกว่าโอเปิล
การแกว่งขึ้นลงของอุณหภูมิน้อยมาก
จนจับสังเกตไม่ได้ ถึงไม่ได้เลย
มันบอกตั้งแต่อุณหภูมิ 40 ถึง 120 องศา

ถึงเข็มอุณหภูมิชี้ที่ 105 องศา
ก็ดูยังห่างจากขีด 120 องศามาก
ไม่ตกใจเหมือนโอเปิล
ที่บอกแค่ 90 ถึง 110 องศาเท่านั้น

ทำความเคยชินเสีย
หมั่นสังเกตความร้อนบ่อยๆ
ให้เป็นนิสัย
รับรองว่าคุณขับรถคันไหน
คุณจะไม่มีพลาด
เกิดอาการโอเวอร์ฮีท แน่นอน

Got:
เครื่องทนได้แต่คนขับทนไม่ได้

takapong:
อย่างงี้ต้องไปเปลี่ยนเลขให้ช่วงมันกว้างงงงงงงงงงงงงงงง  เอาจาก 90 - 100 ซัก 20 ขีด  8) 8) 8)

kamolwat_t:
อืม.... ขออธิบายให้ความเข้าใจตรงกันแล้วกันนะครับเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเข้าใจกันผิด.....

1.เรื่องของความร้อนของรถ opel เรานั้น

โดยปรกติ เดิมๆเลย ถ้าใช้ของสเปกเดิมๆ ทุกอย่าง หัวโตทำงานที่ 100/95 บ้าง 105/100 บ้าง เพราะว่ามันนำเข้ามาหลายล็อตครับ..ไม่ว่ากัน

ในกรณีที่ระบบปรกติ เรารู้อยู่แล้วว่าเราเลือกที่จะเปลี่ยนระบบให้มันเดิมๆจริงๆ เช่นรถผม คัน corsa พัดลมทำงานสเตป 2 ที่ 95 ครับ แล้วมันก็จะลงมาที่ 90-92 แล้วก็หยุด เป็นความเร็วปรกติบ้าง หยุดหมุนบ้าง อันนี้เป็นเพราะว่าผมตั้งใจให้ระบบมันทำงานในช่วงนั้นดู ว่ามันจะเป็นอย่างไรเท่านั้นเองครับ เวลาที่ผมต้องขับอัดรถโหดๆเช่นเวลาลงสนามผมมีปลั๊กแยกอีก 1 ตัวของพัดลมให้ทำงานที่สเตบ 2 เลยโดยยิงไฟมาจากแบต และอีกตัวไปที่พัดลมแอร์ โดยมีฟิวล์ 30A คุมเอาไว้ เส้นละตัว เพราะว่าเคยลองมาแล้วครับ ถ้าไม่ทำเช่นนี้ ความร้อนขึ้นแตะ 100 วาวล์ดังระงมเลย เลยต้องทำระบบรองรับการขับขี่ 2 แบบ

อ้อมไปซะไกลเลยเอาเป็นว่า ถ้าเรารู้ว่ารถเรามันมีช่วงการทำงานของความร้อนที่ช่วงใดก็ไม่ต้องห่วงครับ หมั่นคอยเช็คระบบอยู่บ่อยๆ ท่อทางต่างๆ  วาวล์น้ำ สวิตท์พัดลม และแผงหม้อน้ำดีๆครับ ถ้ามันผิดไปจากมาตราฐานที่เคยเป็นอยู่ให้ระวังงานเข้าเอาไว้....

2. เซนเซอร์อุณหภูมิของระบบหล่อเย็น และ สวิตท์ควบคุมพัดลมมันอยู่คนละที่กันนะครับ  ไม่ใช่ว่า เกจ์ความร้อนอยู่ที่ 100 แล้วรถจะไม่พังนะครับ... ฟังเสียงเครื่องยนต์ดีๆถ้ามัน 100 จริงๆมันยังขับได้ครับ แต่ถ้ามีเสียงวาวล์เขกมาแล้วนี่... จอดดับเครื่องเลยครับ อย่าเสียง ค่าความเสียง นับเป็นวินาทีครับ ค่าใช้จ่ายคิดเป็นวินาทีครับ เกิดว่าเราพลาด ดับเครื่องไม่ทัน... มันน็อคไปเอง... โชคดี ก็คือ ไม่เป็นอะไรเลยแต่เสียเวลา โชคร้ายก็โก่งครับ 10000 นึงได้ทอนค่าแทกซี่แน่นอน อย่าชะล่าใจถ้ามันรถติด ก็ดับเครื่องมันกลางถนนเลยครับ เปิดไฟขอทาง แล้วเปิดกระโปรงหน้าเอาไว้ก่อน ไม่ต้องไปยุ่งกับระบบหม้อน้ำนะครับเดี๋ยวจะบาดเจ็บเพราะความรู้เท่าไม่ถึงกาล

- หมุนกุญแจไปที่ ON ทุก 10 นาทีเพื่อเช็คความร้อน แต่ห้ามสตาท์ในทันที โก่งแน่นอนครับ

- พอความร้อนตามเกจ์ลดลงมาที่ 92-90 ให้เปิดฝาหม้อน้ำโดยเอาผ้าเช็ครถมาหุ้มมือไว้หนาๆแล้วค่อยๆเปิดครับ ไม่ก็เสื้อเราเนี้ยแหละ ต้องเลือกเอาว่าจะไปต่อแล้วซักที่บ้านหรือว่า จะนั้งตบยุงต่อแล้วครับ

- เช็คก้านวันน้ำมันเครื่องว่ามีสีกาแฟเย็นหรือไม่ ถ้าซวยมันจะลงไปในระบบหล่อลื่นครับ แล้วดูที่หม้อพักน้ำว่า มีไขของน้ำมันหรือไม่ด้วยครับ ถ้าไม่มีถือว่าโช้คดี

- ค่อยๆเติมน้ำครับ อย่ารีบเดี๋ยวน้ำเย็นมันไปเจอกับ เสื้บสูบร้อนจัดๆ มันก็จะโกงอีก ใจเย็นๆนะครับ

- ทำครบหมดแล้ว กลั้นใจแล้ว สตาท์ ครับ นึกถึงสิ่งยึดเหนี่ยวใดๆก็ได้ครับ แต่อย่านึกถึงหน้าพี่สินหรือพี่เข้... เดี๋ยวจะได้ไปหาแก...  8) 8) 8) 8)  ขอให้โชคดีครับ :)

ท่องเอาไว้นะครับ ถ้าระบบมีปัญหา จาก 90 ขึ้นไป 100 ใช้เวลา 1-5 นาทีเท่านั้นครับขึ้นอยู่กับว่าปัญหาเกิดจากอะไรครับ ผมไม่กล้าที่จะให้เสี่ยงนะครับ ค่าเสี่ยงมันสูง

3. เครื่องยนต์โดยทั่วไปถูกออกแบบมาให้ทำงานที่อุณหภูมิโลหะฝาสูบที่ 90-105 นะครับ ถ้าไปใส่เซ็นเซอร์แบบเกจ์แยกมาใช้ ก็ํระวังเข้าใจผิดนะครับ เห็นว่ามันไม่เท่ากันมันเพราะว่าแค่วัดกันคนละจุดครับ อย่าชะล่าใจ...

4. ในเครื่องยนต์ บางรุ่น พัดลมสเต็ป 2 ถูกพ่วงการทำงานเอาไว้กับระบบแอร์ ครับ(เช่นโอเมก้าและเวคตร้า...รุ่นอื่นผมไม่ชัวร์นะครับ) เปิดแอร์แล้วพัดลมจะทำงาน 2 ตัวแต่ในเครื่องของ corsa ที่มันดันมาประกอบแอร์ในบ้านเรา มันไม่ได้ต่อระบบนั้นครับ... พอเครื่องร้อน จะเปิดพัดลมทำงาน ปรากฏว่า ดันร้อนกว่าเดิมเพราะ่ว่าโหลดที่เครื่องมันสูงขึ้นนะครับ... คอยสังเกตุดีๆครับ ว่ารถเราโดนใครดัดแปลงอะไรมาบ้างหรือเปล่า มาตราฐานเดิมๆ บางทีโดนแก้ไปโดยฝีมือของ ช่างข้างทางไปเรียบร้อยแล้วครับ แต่ละคันต้อง เช็คก่อนว่าเราโดนแปลงอะไรมาบ้างนะครับ  :)

กรณีของ จขกท ผมพอรู้แล้วว่าเป็นที่อะไร แต่ขอ จับได้คาหนังคาเขาก่อนครับ จะได้เป้นตัวอย่างในการเช็คระบบแก่สมาชิกท่านอื่นๆครับ  :)

teeracha:
 :มั้ง:พอคุยเรื่องความร้อน ผมขอคุยและตั้งข้อสังเกตุในเรื่องนี้เหมือนกัน เรื่องความร้อนในขณะใช้น้ำมัน vs ใช้แก๊ส
ก่อนอื่นบางคนยังไม่ทราบเรื่องระบบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ของรถผม ผมของอธิบายดังนี้ครับ
-ระบบระบายความร้อน ของผมใช้ วาล์วน้ำและสวิทชพัดลม ตามเสปก opel ครับไม่ได้ดัดแปลง หม้อน้ำเป็นหม้อน้ำอลูมิเนียมแบบยาวของ astra ตัวนอก พัดลมไฟฟ้าของ GM แต่ไม่ตรงรุ่นครับไม่รู้รุ่นไหนต้องถามเจ้าของเก่าอะ แต่แรงดีมากครับ
- ระบบแก็ส หัวฉีด aurtronic

ความร้อนอ้างอิงที่หน้าปัด
พัดลมระบายความร้อน ต่อที่ 95-96 ตัดที่ 90-92 ตรงนี้คล้ายของต้น
ปกติในระบบน้ำมัน รถติดแดดร้อนสุดๆ 98 (นานๆเจอที) รถติดในเมืองแดดร้อนๆ 95 เดินทางไกลใช้ความเร็ว 89-92
ปกติในระบบแก็ส จะต่ำกว่าใช้น้ำมันประมาณ 1-2 องศา ครับ อันนี้สังเกตุจนแน่นอนแล้ว

ถึงตรงนี้อยากตั้งสมมุติฐานตรงที่ในระบบแก็สเราดึงน้ำร้อนจากหลังเครื่องมาต้มแก็สทำให้น้ำร้อนที่กลับสู่หม้อน้ำอุณหภูมิลดลง
มีผลต่อความร้อนในระบบลดลง อันนี้ผมเดาๆ จากคนงานยุ่งๆ ไม่ได้คิดวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบนะครับ ก็เลยอยากคุยว่ามันมีสาเหตุ
อื่นอีกหรือเปล่านอกเหนือจากที่เกิดเหตการณ์ดังที่ผมเป็น หรือแนวคิดผมนี้ไม่ถูกต้องหรือไม่ ใครพอมีแนวคิดช่วยออกความคิดเห็นด้วยครับ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version