Opel in Talks > General Discussion

เรื่องมีอยู่ว่า....

(1/8) > >>

playtg:
เช้าวันหนึ่ง เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง ผมขับถอยรถเยอรมันคันที่ใช้อยู่ประจำมาหน้าบ้าน แล้วเห็นรอยน้ำมันเกียร์ออโต้รั่ว หลังจากยืนชั่งใจอยู่สักพักหนึ่งว่า คงจะต้องเอารถเก็บไว้ในโรงรถที่บ้านแล้วเรียกแท็กซี่มารับ ตอนที่จะเอารถเก็บพี่ข้างบ้านเขามาเห็นแล้วถามว่ารถผมเป็นอะไร ผมก็ตอบไปตามที่เป็นจริง พอผมจะเอารถเก็บ พี่เขาก็บอกว่า "เอารถพี่ไปใช้..กุญแจเสียบอยู่ในรถแล้ว" ผมหันไปดูรถที่พี่เขาให้ยืมไปใช้ ด้วยอาการไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะเป็น Cossa B เครื่อง 1.4 เกียร์ออโต้ 5 ประตูสีเขียว (พิมพ์นิยม) ซึ่งส่วนใหญ่จอดมากกว่าขับ (มาเห็นตัวเลขบนมาตรวัดทีหลังว่าเพิ่งจะวิ่งไปแค่ 3 หมื่นกว่ากิโลเมตร) แกเห็นผมชักช้าอยู่ เลยเรียกผมอีกที "เอาไปใช้เลย" ผมก็ก้าวขึ้นรถ พอขยับเบาะให้เข้าที่เข้าทางแล้วผมก็เริ่มรู้สึกว่า Corsa นี่ไม่ใช่รถเล็กเหมือนรถญี่ปุ่น เพราะนั่งสบาย ยืดแขนขาได้ ไม่อึดอัด (ผมสูง 175 Cm.) หันไปดู Leg room ของที่นั่งด้านหลังคนขับก็ยังมีที่พอสบาย เอาล่ะผมสตาร์ทรถแล้ว

สตาร์ทง่ายครับ ไม่ต้องลุ้น ไดสตาร์ทหมุนดี เข้าใจว่าน่าจะได้ของดีมาจากเยอรมัน เครื่องนิ่งดี ไม่สั่น ผมเลื่อนเกียร์จากตัว P มาที่ R เพื่อถอยรถออกมา จากนั้นก็เลื่อนมาที่ N และ D เพื่อเคลื่อนรถออกสู่ถนน พี่เขายังยิ้มให้ด้วย ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตครับที่ได้ขับรถยี่ห้อ Opel ขับไปได้สักพักหนึ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่า อยากรู้ความสูงของ Head room เลยลองใช้มือวางบนหัวแล้วขยับขึ้นลงระหว่างหัวกับเพดานห้องโดยสาร ก็เลยทำให้รู้ว่ารถคันนี้มี Head room ไม่แพ้รถเยอรมันคันใหญ่ๆ ที่ใช้อยู่เลย

ขับมาสักพักหนึ่งจากถ.นิมิตใหม่ เข้า ถ.ร่มเกล้า ก็วิ่งคล่องดีครับ การตัดต่อจังหวะเกียร์กระชับแต่ไม่กระชาก ตีนต้นค่อยๆไต่ขึ้นตามนิสัยรถยุโรปที่ต้นช้าปลายไหล อาจไม่ถูกใจวัยรุ่นแต่ผมว่าจังหวะส่งกำลังแบบนี้เหมาะกับการขับขี่แบบปกติมากกว่าการที่ต้นจัด จี๊ดจ๊าด แต่ปลายไม่มีแรง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับพอขึ้นมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าพระราม 9 ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งรอบปานกลางและรอบสูงสั่งได้ตามประสาเยอรมันเลย สรุปว่าขับมันดี วิ่งลื่นปลายไหลวันนั้นซ้อมๆดู ประมาณ 150 กม./ชม. รถนิ่งดี ซึ่งเทียบกับรถญี่ปุ่นที่มีตัวถังพอๆกันแล้ว ความเร็วระดับนี้ก็ร่อนจนไม่รู้จะร่อนไงแล้ว

จากมอเตอร์เวย์ผมเลี้ยวซ้ายเข้าศรีนครินทร์มุถ่งหน้าแยกพัฒนาการรถเริ่มติด ผมเริ่มดูเกจ์วัดความร้อน ความร้อนค่อยๆขยับสูงขึ้น ประมาณ 96-98 องศาเซลเซียส แอร์เริ่มไม่เย็น ผมเข้าใจว่าแอร์ตัดไปแล้วแต่ไม่กลับมาทำงาน เพราะคงเป็นน้ำแข็งเกาะอยู่ เลยปิดแอร์สักพักหนึ่งแล้วเปิดใหม่ โอเค แอร์กลับมาเย็น และอุณหภูมิเริ่มลดลง พอรถเคลื่อนตัวได้ประมาณ 500 เมตร อุณหภูมิก็เริ่มลดตามลำดับจนถึงประมาณ 92 องศาเซลเซียส  ผมคิดอยู่ 2-3 เรื่องว่า รถคันนี้น่าจะเช็คพัดลมไฟฟ้า (ทั้งของเครื่องและของแอร์) สวิทช์ความร้อน 

จบตอนนี้ก่อนครับ เดี๋ยวคืนนี้ประมาณ 3-4 ทุ่ม จะมาเขียนต่อ

takapong:
ิยินดีต้อนรับนักเขียน อีกหนึ่งท่าน  :) :)

พ่อน้องเก้า:
อ่านแล้วเพลิน นึกภาพตามได้เลยครับ  :D

ยัยแมวอ้วน:
รออ่านภาคต่อนะคะ

 :) :)

Nu_Paiy:
อ่านสนุกจัง..


แต่วิ่งเล่นแถวนี้ เหนรถนู๋มั่งมั๊ยหว่า...


Astra 5Drs. สีฟ้า ขับช้าๆๆๆๆ อ่ะคะ...


อิอิ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

Go to full version