Opel in Talks > General Discussion
เรื่องมีอยู่ว่า....
plawahn:
ป๊อปคอร์นไหมครับแฟนๆๆๆ :) :) :)
Omega VIP:
--- Quote from: plawahn on 10 Mar 2010, 00:34 ---ป๊อปคอร์นไหมครับแฟนๆๆๆ :) :) :)
--- End quote ---
เอาผสมนะเค็ม กับ หวาน แล้วเป๊ปซี่ ด้วยจัดมา Combo set 1 ที มานั่งรออ่านต่อ
playtg:
มาต่อแล้วครับ พอดีมาธุระที่ภูเก็ตเลยต้องใช้เครื่องกับเน็ตของโรงแรม
16.30 น. หล้งจากเสร็จธุระกับเรื่องราวการงานต่างๆ ใน office ผมเก็บข้าวของบนโต๊ะ ดับไฟในห้องทำงาน แล้วเดินออกจากห้องทำงานไปที่ลานจอด เพื่อไปดูอาการรถเยอรมันคู่ใจคันใหญ่ที่อู่ประจำแถวซอยมิสทีน อู่นี้เป็นอู่ที่ซ่อมรถเยอรมัน 98% อีก 2% ที่เหลือก็ซ่อมรถยุโรปและรถญี่ปุ่นนู่นนี่นั่นเป็นครั้งคราว ทักทายกันพอหอมปากหอมคอก็ถามอาการเจ้าตัวใหญ่ ก็พอรู้ว่ามันไม่เป็นไรมาก ตอนแรกจะให้เจ้าของอู่ช่วยขับกลับบ้านให้ด้วย ก็ติดตรงที่อู่จะไม่มีใครอยู่ ผมเลยตัดปัญหาด้วยการฝากนอนที่อู่ซะหนึ่งคืน เพราะอยากให้ช่วยเช็คความเรียบร้อยให้ดวย ก็เขาอายุมาพอควรเลยล่ะครับ ต้องดูแลกันเยอะหน่อย
มีเรื่องขำๆ เรื่องนึงครับ คือตำแหน่งของสวิทช์ที่ปัดน้ำฝนกับไฟเลี้ยว ต่างไปจากรถที่ผมใช้อยู่ทุกวัน เลยปัดน้ำฝนสลับกับไฟเลี้ยวกันอยู่พักใหญ่แต่สุดท้ายก็ OK ตอนผมออกมาจากอู่ก้ใกล้ค่ำแล้วครับ มองดูหน้าหาตำแหน่งสวิทช์ไฟ แล้วก็ลองบิดก้านไฟเลี้ยวดู ก็ไม่เห็นว่าตรงไหนจะทำให้ไฟใหญ่หน้ารถติดได้ เหลียวไปมาสักพักก็ อ๋อ...อยู่ตำแหน่งเดียวกันกับเจ้าเยอรมันคันใหญ่นี่เอง ทั้งไฟหรี่ ไฟใหญ่ เหมือนกันเลย นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผมคุ้นเคยกับ astra คันเล็กๆ นี้อย่างบอกไม่ถูก
ขับไปเรื่อยๆ พร้อมกับสังเกตอาการตัวร้อนของรถ ที่แสดงผ่านเข็มอุณหภูมิที่กระดิกขึ้นไปเรื่อยๆ ก็มี sequence คล้ายๆกับเมื่อตอนเช้าครับ ผมเกิดความคิดขึ้นมา 2 ทางสำหรับเรื่องความร้อนคือ 1 รถอาจจะมีระดับความร้อนสูงเกินกว่าปกติต้องแก้ไข ซึ่งความร้อนปกติน่าจะอยู่แถว 90-92 องศาเซลเซียส หรือ 2 รถอาจจะมีระดับความร้อนแบบนี้เป็นปกติก็ได้ เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับรถที่ผมใช้ประจำ อุณหภูมิปกติที่รักษาให้เป็นปกติจะอยู่ที่ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกัน อาการตัวร้อนของรถคันนี้ ก็จะเกิดขึ้นใกล้เคียงกับแอร์ไม่ค่อยเย็น ผมเลยแก้ปัญหาแบบเดิมคือ ปิดแอร์สักพักหนึ่งแล้วเปืดแอร์ใหม่ แอร์เย็นขึ้นและเครื่องเริ่มเย็นลง
19.00 น. ผมลอดใต้สะพานข้ามคลองสามวา (ไม่เข้าใจว่า ทำไมจากร่มเกล้าจะให้เลี้ยวขวาเข้าสุวินทวงศ์เลยไม่ได้ ต้องเลี้ยวซ้ายไปมะรุมมะตุ้มลอดสะพานนี้) ขับประกบข้างๆ 18 ล้อพอได้ไออุ่น แล้วโผล่ขึ้นสุวินทวงศ์ ขับมาเรื่อยๆ ถึงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนนิมิตใหม่ แล้วเลือกปั๊มที่จะเติมน้ำมันคืนให้พี่เขา สุดท้ายเลือกช่วยคนไทยด้วยการเติมแก็สโซฮอล 95 ของบางจาก 200 บาท เรื่องแปลกใจก็เกิดขึ้นอีกครับคือ น้ำมันที่เติมกลับเกินครึ่งถังไป 1 ขีดเต็มๆ แสดงว่าวันนี้ขับรถไป 100 กม. ใช้น้ำมันไปไปถึง 200 บาท เอ...อย่างนี้ไม่ต้องติดแก็สก็ได้นะ
ออกจากปั๊มน้ำมันของคนไทยเพื่อคนไทยที่รู้จักความเป็นอยู่อย่างพอเพียงแล้ว ผมก็ควบน้องเขียว corsa ตรงกับคืนสู่อ้อมอกเจ้าของรถโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับทำ list รายการที่เจ้าของควรดูแลด้วย ซึ่งผมคิดว่าถ้าได้ปรับแต่งอีกเล็กน้อย ก็จะได้ city car เก๋าๆ วิ่งดีๆ ขับอย่างสบายๆ เรื่องราวการขับขี่ 1 วัน กับ Opel Corsa B 4 ประตู ก็คงจบลงแค่นี้ ทุกวันนี้ผมก็ยังเห็น corsa คันนี้จอดอยู่มากกว่าขับตามปกติที่เป็นอยู่ ในใจก็รู้สึกอิจฉาคนที่เป็นเจ้าของและคิดว่าถ้ามีโอกาสอาจจะหาเดิมๆ มาขับสักคันในวันสบายๆ ส่วนคุณทั้งหลายที่ได้เป็นเจ้าของรถ Opel ไม่ว่ารุ่นใดก็ตามผมว่าคุณได้ของดีไว้กับตัวแล้ว ถ้ารถมีปัญหา อย่ารีบร้อนขายทิ้ง ลองไล่ปัญหาที่เกิดขึ้นให้เจอสาเหตุก่อน อาจจะแก้ไขได้อย่างไม่ยากเย็นเลย ถ้ารถขับแล้วเร่งขึ้นไม่ทันใจ โดยเฉพาะเกียร์ออโต้ อย่ารีบร้อนวางเครื่องใหม่ ลองปรับวิธีวางเท้าขวาบนคันเร่งดู แค่แปะเท้าแล้วกดเบาๆ ไม่ต้องกดลงไปลึกๆ คุณจะได้รับความรู้สึกใหม่ๆ กับการขับรถคันเดิม สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับ Opel รถเยอรมัน ขับสนุกตราสายฟ้าฟาดทุกท่านครับ
kamolwat_t:
:)
ว่างๆเข้ามาเยี่ยมเวบพวกเราบ่อยๆนะคร้าบ.... :ตาปิ้ง:
Omega VIP:
จบแล้วหรอครับ ว่างๆมาเขียนเรื่อง บรรยายอีกนะครับ ( อาชีพเสริมพี่เขียนนิยายส่งนิตยสารป่ะครับ อ่านแบบเห็นภาพเลยอ่ะ ชอบครับ ) :) :) :)
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version