Opel in Talks > General Discussion

ขอเชิญ เสวนา ว่าด้วยเครื่อง Diesel

(1/10) > >>

RevelCat:
ก่อนอื่นเลย ผมว่าจะไปตั้งที่ swap engine แต่ผมหาที่ตั้งไม่เจอ ถ้าสมควรย้ายไปหรือย่างไร วานท่านแอดมินช่วยย้ายด้วยนะครับ

อันนี้ต้องขอบอกว่า มีพี่นุ่น Peesard เป็น ชนวนครับ คือระหว่างที่ผมศึกษาข้อมูลนุ่นนี่นั่นอยู่ ผมก็เจอเรื่องการวางเครื่องดีเซลมั่ง โดยเฉพาะ จะได้เห็นข้อมูลจากพี่นุ่นว่า ทน ถูก ประหยัดดี ดูแลง่าย อะไหล่พอหาได้(คืออันนี้โดยทั่วไปพี่แกจะพูดถึงเครื่อง VW TD1600 หรือ 1900 เป็นส่วนใหญ่) รวมทั้งพี่นุ่นเองก็มีรถวางดีเซลอยู่ด้วยหนึ่งคัน

ผมเองก็กะลังหาหนทางประหยัดแบบไม่ LPGอยู่ด้วย ก็ไปสดุดที่ เห็นความเห็นของพี่นุ่นว่า เครื่อง TD1600 หรือ 1900 นี่ ถ้าปกติดี วิ่ง ตจว. ทีี120 มีโอกาศ ประหยัดได้มากกว่า 20-22โล/ลิตร อาจได้มากถึง 30โล/ลิตร :วิญญาณ:...ถูกใจแท้ๆ แน่นอนว่ามันโดนใจผมมากๆ แต่ก็สังเกตอยู่ว่าทำไมไม่มีคนเล่น

ข้อดีทั่วไป ของเครื่องดีเซลที่ผมรู้คือ ให้กำลังสูง(ไม่แน่ใจว่าความหมายเดียวกับแรงบิดสูงรึปล่าว)ลุย ทน ถูก ดูแลง่าย ไม่จุกจิก แต่อันนี้น่าจะหมายถึงเครื่องปิคอัพทั่วไป ผมไม่รู้ว่ามันจะเหมือนกับตัวที่จะเอามาใช้กับเก๋งมั๊ย

ผมเลยอยากจะขอเชิญ ทุกท่านร่วมเสวนา ว่าด้วยการวางเครื่อง Diesel

ตัวอย่างแรก อย่างที่ผมคิดไว้ตอนนี้ คือ ผมอาจจะหา Astra 5D (เครื่องเน่าโครงดีหรือซาก)หรือ Vanเดิมของผม วางเครื่องดีเซล เพื่อจุดประสงค์หลักๆดังนี้

- ต้องการประหยัดเชื้อเพลิง โดยไม่ใช้ LPG และต้องการเครื่องที่ ทน ถูก ดูแลง่าย ไม่จุกจิก อะไหล่พอหาได้
- เน้นขับขี่ใช้งานทั่วไปไม่เร็วนัก แต่มีกำลังพอเมื่อแบกน้ำหนัก ถ้าเดินทางไกล ปกติ 110-120 ให้ได้อัตราบริโภคที่ เฉลี่ย 25-27โล/ลิตร หรือมากกว่านี้ 30จะแจ่มมาก ;)

ถ้าจะได้ผลพลอยได้อื่นๆอย่างเช่นๆ ถ้านึกสนุก ขนของไม่มาก ให้กดได้ซัก 140-160 ก็ดีครับ เอาเร็วแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วครับเ้พราะเน้นใช้งานทั่วไป กับประหยัดมากกว่า

ถ้าแบบนี้ พอจะเป็นไปได้มั๊ยครับ งบประมาณจะซักเท่าไหร่ มีตรงไหนที่น่าเป็นห่วงมากครับ

แล้วก็อยากทราบสาเหตุที่ไม่ค่อยเล่นกัน เป็นเพราะอะไรมั่งครับ

ลองรวบรวมข้อมูลกันดูครับ เผื่อจะเป็นอีกทางเลือกในการข้ามพันธ์เมื่อเครื่องเดิมมีปัญหา ผมคิดว่าน่าจะมีหลายคนต้องการแบบผม...มั๊ง ;D

ปล. การอ้างอิงใดๆ หากไม่ถูกต้องหรือไม่สมควร ทั้ง ของพี่นุ่นและ อื่นๆที่ผมอาจจะไม่ทราบ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะครับ
ปล.2 ขอใช้สีซอฟๆ ตัวโตๆ หน่อยนะครับ พี่นุ่นชอบบ่นปวดตา อิอิ เผื่อท่านอื่นๆจะปวดตาด้วยด้วย

ZeaBiscuit:
1. เครื่องดีเซล แพงมากครับ ค่าดูแลต่ำจริง แต่ราคาเครื่องแพงมากกกกกกก

2. ไอ้ที่ว่าวิ่ง 110-120 แล้วได้ เกือบ 30 โลลิตร ฟันธงไปได้เลยครับว่า "ไม่จริง" เอาง่ายๆครับ Ford Focus ตัว TDCi เครื่อง 2000 โบ Commonrail ยังได้แค่ 22 โลลิตร ขนาดใช้เกียร์ Dual Clutch นะครับ เกียร์ MT ไม่ต้องพูดถึง ยังไงก็สู้ Dual Clutch ไม่ได้ , BMW 320d ก็ได้ราวๆ 20 โลลิตรครับ ที่ความเร็ว 100-110 ซึ่งพวกนี้เป็น Commonrail รุ่นหลังๆทั้งนั้นครับ เครื่องเก่าๆ อย่าพูดถึงเลย

3. อะไหล่ของดีเซล ราคาอ้วกเหมือนกันครับ มันไม่ค่อยเสียจริง ผมไม่เถียง แต่ถ้าเสียทีมีจุกครับ (หัวฉีดเครื่อง 1KD ของวีโก้เบิกศูนย์ ราคาเกินหมื่นครับ มีสี่หัว ก็คูณเข้าไป)

ดีเซลถ้าจะเล่น ต้องเป็น Commonrail เท่านั้นครับ ณ. เวลานี้

ลองดูใกล้ๆตัวครับ รถตู้ รถขนผัก รถนู่นนี่นั่น ทำไมวิ่งจนเครื่อง(ดีเซล)พังแล้ว(หรือไม่พังก็เอาไปเทิร์น) วางเจ ติดแก๊สกันทั้งนั้น ทำไมไม่ซ่อมเครื่องเดิม ?

RevelCat:
อืม....แค่ท่านแรกก็จุกละ :จุก:

งั้นขอถามต่อหน่อยครับ อย่างพวก Ford Focus ตัว TDCi หรือ BMW 320d  พวกนี้ถ้าเทียบกับรุ่นเดียวกันที่เป็นเบนซิน มันจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันยังไงมั่งครับ

เพราะถ้าจำไม่ผิด ตัวเดียวกัน แต่ดีเซลแพงกว่าด้วยซ้ำ อย่างตัว Ford Focus TDCi ก็ 2ล้านกว่า ในขณะที่เบนซิน รู้สึกว่าเริ่มต้นที่ไม่ถึงล้าน แพงกว่าเท่าตัว :shock:

ZeaBiscuit:
Ford Focus ตัวดีเซล ดีกว่าทุกประตูครับ

ค่าตัวแพงเพราะเครื่องมันแพงครับ ต้นทุนเครื่องดีเซล ยิ่งเป็น Commonrial มันแพงกว่าเบนซิลมาก

Ford Focus TDCi เทียบเป็น บาทต่อกิโลเมตรแล้วคุ้มมากครับ พอๆกันเบนซิลติดแก๊ส แต่อย่างที่บอก หนึ่งคือราคามันสูง สองคือมันซ่อมแพง ก็ต้องเลือกเอาครับ วางเบนซิลติดแก๊ส วิ่งจนพังไปสองเครื่อง ราคาโดยรวมยังถูกกว่าใช้ดีเซลตัวเดียวเลยครับ

ปล. Focus TDCi ล้านกว่าครับ ถ้าสองล้านไม่มีคนซื้อแห๋งๆ

RevelCat:
งั้นกรณีผมคงไม่คุ้ม วิ่งน้อย ไม่ได้ใช้ประจำ ถ้าวิ่งเยอะๆ คงมีสิทธิคุ้มค่าเชื้อเพลิง มั๊ย :o

โอ้.... พึ่งมาเห็นรูปทีหลัง แสดงว่าผมได้ข้อมูลมาผิด งั้นก็น่าสน สำหรับคนซื้อใหม่ งบราวๆนี้ สำหรับผม ผ่่าาานนนน ไปยาววๆๆๆ :please:

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

Go to full version