Opel in Talks > Off Topic

งาน คือ เงิน คือ ชีวิต จริงหรือ???

<< < (7/15) > >>

aor:
คงไม่ได้ล้มป่วย หรือปวดหัว เพราะการร่ายกลอนของผมใช่ไหม
อาจจะไม่ get และ in แต่ที่อยากจะสื่อนั่นคือ
1) ให้อยู่กับปัจจุบัน
2) รู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเอง
3) ลดเรื่อง กิน-กาม-เกียรติ (หาหนังสือของท่านพุทธทาสอ่านซะนะ)
4) ทบทวนตัวเองในเรื่อง “ศรัทธา” ซึ่งหมายถึงความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ อาทิ เชื่อในการทำความดี ฯลฯ
5) คบหากัลยาณมิตร หมายถึงคบเพื่อนดี ๆ น่ะ (อาทิ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในเว็ปนี้ เป็นต้น)

ขี้เกียจจะร่ายเป็นกลอนแล้ว
ลด ละ อัตตา (ความเป็นตัวตน) ของตัวเองลงให้มาก ๆ นะครับ อย่าคิดถึงตัวเองมากนัก
มีหน้าที่อะไรอยู่ในวันนี้ ก็ปฏิบัติให้ดีที่สุด อาทิ หน้าที่การเป็นลูก หน้าที่การเป็นลูกจ้าง หน้าที่การเป็นพี่เป็นน้อง
เมื่อคุณรู้ และปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองแล้ว เดี๋ยวไม่นาน คำตอบมันก็มาหาคุณเองแหละ ว่าจริง ๆ แล้วชีวิตคุณต้องการอะไร
หรือแม้แต่เกิดมาเพื่ออะไร มันมีคำตอบต่อคำถามทั้งนั้น มีทางออกสำหรับทุกปัญหาเสมอ แล้วคุณก็จะมีความรู้สึก Happy ได้ในที่สุด
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม

อายุเพิ่งจะ 26 เอง ถ้าจะคิดก็คิดมันให้ตก ถ้าจะเสียใจร้องไห้ก็ให้มันสุด ๆ ไปเลย หลังจากนั้นนะ กลับมาสงบสติอารมณ์ พิจารณาว่า
ที่ผ่านมาตัวเองได้กระทำหน้าที่ตัวเองได้เรียบร้อยดีแล้วหรือ เต็มกำลังความสามารถ สติปัญญาของตัวเองแล้วหรือยัง มองคนที่เขา
ด้อยโอกาส ยากลำบากกว่าเรา มองดูหน้าพ่อแม่พี่น้อง เราทุกข์พวกเขาน่ะทุกข์ยิ่งกว่านะ

หรือจะหันไปคว้าหนังสือธรรมะสักเล่มมาอ่านก็จะดีมาก (ของท่านอาจารย์มิตซูโอะ ก็ได้ เข้าใจง่ายดี) หรือเอางี้ไหม เบื่อมากนักใช่ไหม
หาคำตอบไม่เจอ งานก็ไม่ต้องไปทำมันละ ลาออกแม่งเลยครับ ไปบวชพระซัก 1 พรรษานะ อาจหาคำตอบให้แก่ชีวิตได้บ้าง
อันนี้พูดจริง ๆ นะ ไม่ได้ประชด ผมเองก็อยากบวช แต่ก็ติดภาระครอบครัว หน้าที่การงาน มันอยู่ในใจตลอดว่าอยากจะบวช อยากศึกษา
ธรรม อายุมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาที เป็นไม้แก่ขึ้นเรื่อย ๆ 

ปล. ถ้าอยากเจอคนที่ยากจน คนที่เรามองว่าทุกข์สุด ๆ มาอินเดียซิ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย กันอยู่ข้างถนนเนี่ย มาซิ ผมจะพาไปดู
ผมทำงานอยู่ที่เมืองกัลกัตตา อยากรู้ว่าบรรยากาศหรือปัจจัยอะไรทำให้พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็มาดูเลยครับ แต่ทั้งนี้ จะได้อะไรกลับไป
หรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

Wit:
การรู้จักตัวเอง เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เกิดจนโต ผ่าน มือ ใจ สมอง

มือหรือการกระทำได้ทดลองทำ(และร่วมกับผู้อื่นทั้งในวัยเดียวกัน เด็กกว่า หรือแก่กว่า)
ใจได้สัมผัสถึงความรู้สึกของตนและผู้อื่น  
สมองได้ไตร่ตรองสร้างสรรค์และเข้าถึงความสัมพันธ์

หากแต่ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เติบโตมาแบบรับอย่างเดียว เรียนรู้ข้อมูล และวิชาการเป็นส่วนใหญ่ ช่วงเวลาวัยเด็กที่สำคัญเลยหายไป ขาดการเติบโตของใจที่สัมพันธ์ต่อโลก จินตนาการถูกบีบรัดด้วยข้อมูล

เราจะเห็นตัวเองได้ จากการได้ไปสัมผัสผู้คนและโลกกว้าง เป็นกระจกสะท้อนตัว มีใจและสมองของตัวเป็นตัวรับรู้

คำถามที่ทุกคนต้องได้ตอบกับตัวเองคือ ฉันเกิดมาทำไม

เส้นทางของแต่ละคน ตัวเองจะรู้เอง จากใจที่ละเอียดพอ แต่โดยกว้างๆ คือ เราเกิดเพื่อมีความสุข สุขจากการเป็นประโยชน์ต่อโลกนี้ และรู้สึกว่ามีค่า

การเค้นหาคำตอบนะไร้ประโยชน์  หากเคยคลายปมเชือกที่แน่นหนานั้น เราต้องผ่อนคลายในตัว ค่อยๆ ทำ
กลับไปเริ่มขั้นตอนที่วัยเด็กไม่ได้ทำ ลงมือลองทำสิ่งต่างๆ ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองและผู้คนรอบข้าง สัมผัสมันด้วยใจ และไตร่ตรองด้วยสมองแบบผ่อนคลาย ไม่ต้องรีบหรอก เพราะยิ่งรีบยิ่งไม่รู้อะไร  หากคิดแต่เรื่องตัวเอง เรื่องมันก็โตจนเราไม่เห็นไม่รู้อะไร วางมันซะ ออกไปทำให้คนอื่น แล้วสุดท้ายจะได้คำตอบเอง

jui2512:

--- Quote from: aor on 25 Nov  2010, 14:58 ---คงไม่ได้ล้มป่วย หรือปวดหัว เพราะการร่ายกลอนของผมใช่ไหม
อาจจะไม่ get และ in แต่ที่อยากจะสื่อนั่นคือ
1) ให้อยู่กับปัจจุบัน
2) รู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเอง
3) ลดเรื่อง กิน-กาม-เกียรติ (หาหนังสือของท่านพุทธทาสอ่านซะนะ)
4) ทบทวนตัวเองในเรื่อง “ศรัทธา” ซึ่งหมายถึงความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ อาทิ เชื่อในการทำความดี ฯลฯ
5) คบหากัลยาณมิตร หมายถึงคบเพื่อนดี ๆ น่ะ (อาทิ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในเว็ปนี้ เป็นต้น)

ขี้เกียจจะร่ายเป็นกลอนแล้ว
ลด ละ อัตตา (ความเป็นตัวตน) ของตัวเองลงให้มาก ๆ นะครับ อย่าคิดถึงตัวเองมากนัก
มีหน้าที่อะไรอยู่ในวันนี้ ก็ปฏิบัติให้ดีที่สุด อาทิ หน้าที่การเป็นลูก หน้าที่การเป็นลูกจ้าง หน้าที่การเป็นพี่เป็นน้อง
เมื่อคุณรู้ และปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองแล้ว เดี๋ยวไม่นาน คำตอบมันก็มาหาคุณเองแหละ ว่าจริง ๆ แล้วชีวิตคุณต้องการอะไร
หรือแม้แต่เกิดมาเพื่ออะไร มันมีคำตอบต่อคำถามทั้งนั้น มีทางออกสำหรับทุกปัญหาเสมอ แล้วคุณก็จะมีความรู้สึก Happy ได้ในที่สุด
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม

อายุเพิ่งจะ 26 เอง ถ้าจะคิดก็คิดมันให้ตก ถ้าจะเสียใจร้องไห้ก็ให้มันสุด ๆ ไปเลย หลังจากนั้นนะ กลับมาสงบสติอารมณ์ พิจารณาว่า
ที่ผ่านมาตัวเองได้กระทำหน้าที่ตัวเองได้เรียบร้อยดีแล้วหรือ เต็มกำลังความสามารถ สติปัญญาของตัวเองแล้วหรือยัง มองคนที่เขา
ด้อยโอกาส ยากลำบากกว่าเรา มองดูหน้าพ่อแม่พี่น้อง เราทุกข์พวกเขาน่ะทุกข์ยิ่งกว่านะ

หรือจะหันไปคว้าหนังสือธรรมะสักเล่มมาอ่านก็จะดีมาก (ของท่านอาจารย์มิตซูโอะ ก็ได้ เข้าใจง่ายดี) หรือเอางี้ไหม เบื่อมากนักใช่ไหม
หาคำตอบไม่เจอ งานก็ไม่ต้องไปทำมันละ ลาออกแม่งเลยครับ ไปบวชพระซัก 1 พรรษานะ อาจหาคำตอบให้แก่ชีวิตได้บ้าง
อันนี้พูดจริง ๆ นะ ไม่ได้ประชด ผมเองก็อยากบวช แต่ก็ติดภาระครอบครัว หน้าที่การงาน มันอยู่ในใจตลอดว่าอยากจะบวช อยากศึกษา
ธรรม อายุมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาที เป็นไม้แก่ขึ้นเรื่อย ๆ 

ปล. ถ้าอยากเจอคนที่ยากจน คนที่เรามองว่าทุกข์สุด ๆ มาอินเดียซิ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย กันอยู่ข้างถนนเนี่ย มาซิ ผมจะพาไปดู
ผมทำงานอยู่ที่เมืองกัลกัตตา อยากรู้ว่าบรรยากาศหรือปัจจัยอะไรทำให้พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็มาดูเลยครับ แต่ทั้งนี้ จะได้อะไรกลับไป
หรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง


--- End quote ---

+1 ด้วยคนครับ ถูกใจสุดๆเลยครับ น้าอ้อ เอาใจช่วยให้หาทางออกได้ไวๆนะครับ สู้ๆครับ
อย่าลืมว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่ทุกข์ที่สุด และ สุขที่สุดหรอกครับ
เวลาทุกข์ก็ขอให้มองคนที่ทุกข์กว่าเรา แล้วชีวิตก็จะดีขึ้นเองแหละครับ  :D :D :D
หาเวลาว่างนั่งทำสมาธิสักวันละนิด เดี๋ยวปัญญาก็มาเองแหละครับ
ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่ต้องอาศัยเวลา
เมื่อวันเวลาผ่านไปคุณจะรู้สึกว่าปัญหาที่ผ่านมามันช่างเล็กน้อยเสียเหลือเกิน  :) :) :)

RevelCat:
อายุ พึ่ง 26 ชีวิต มันพึ่งจะแค่เริ่มต้นครับ ถ้ามัวมาท้อมาตันเอาตั้งแต่ตอนนี้ รับรองว่า จะพลาดอะไรดีๆอีกเยอะ

" คิดมากจนล้มป่วยแล้วครับตอนนี้......................

ใจไม่ไป กายมันไม่ขยับเลยครับ  "

ป่วยกายก็พักให้หาย แต่ถ้าป่วยใจ แต่คิดมันก็หายแล้วครับ ไม่มีปัญหาไหนที่ไม่มีทางแก้

" ห๊า!!! อะไรนะ แค่นี้ จิ๊บๆ  8) " ชีวิตมันก็แค่นี้ปหล่ะครับ มันอยู่ที่ความคิด

jeabjamiro:

--- Quote from: jeabjamiro on 24 Nov  2010, 17:58 ---คิดดี ทำดี พูดดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดีๆครับ ฮิๆ.
อีกอย่างจริงๆแล้วทุกๆสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่ดี ถ้าคุณมองเป็นครับ

--- End quote ---

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version