OPEL in : The Happiest Opel Family in Thailand

Opel in Talks => FAQ and Articles => Topic started by: jook_corsa on 24 Oct 2009, 22:46

Title: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: jook_corsa on 24 Oct 2009, 22:46

เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์จากเชียงกง เป็นเทคนิคจำเป็นที่จะต้องนำไปปฏิบัติเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ที่สมบูรณ์ที่ สุดต้องมีการปรับแต่งหรือปรับปรุง ไม่ใช่การซ่อมแซม เพื่อให้เครื่องยนต์ที่เลือกซื้อมามีประสิทธิภาพสูง และมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด

    * เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

เป็น สิ่ง แรกที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เพราะไม่ทราบถึงอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องก่อนที่เครื่องยนต์จะถูกส่งมา และไม่ทราบว่าเครื่องยนต์ตัวนั้นถูกวางกองไว้กี่วัน กี่เดือนแล้ว
โดย เฉพาะในต่างประเทศที่มีค่าครองชีพสูง อัตราค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแต่ละครั้งจะแพงมาก คนทั่วไปใช้น้ำมันเครื่องกันในระยะทางนับหมื่นกิโลเมตร
เมื่อเครื่องยนต์ ตกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของเราแล้ว จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องคุณภาพดี (ไม่ต้องใส่หัวเชื้อ) ก่อนนำไปใช้งานทุกครั้ง

    * เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ปฏิบัติ พร้อมไปกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ควรใช้ไส้กรองของแท้ และเปลี่ยนครั้งเว้นครั้งในการถ่ายน้ำมันเครื่อง (กรณีใช้น้ำมันเครื่องแบบเดิมตลอด)

    * เปลี่ยนสายพานไดชาร์จสายพานแอร์

เมื่อ ไม่ทราบถึงอายุการใช้งานที่ผ่านมา จึงไม่อาจคาดเดาอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ได้ ราคาสายพานเส้นละ 100-200 บาท คุ้มค่ากับการใช้งานอย่างมั่นใจ อย่าใช้สายตา
วิเคราะห์อายุการใช้งานของสายพานเส้นเก่า โดยเฉพาะสายพานแบบร่องวีในเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่หาซื้อยาก ถ้าไปขาดกลางทางจะลำบาก
ถ้าสายพานเก่าสภาพยังดีอยู่ เมื่อเปลี่ยนแล้ว ให้เก็บไว้เป็นอะไหล่ท้ายรถ

    * เปลี่ยนสายพานขับแคมชาฟท์ (สายพานไทม์มิง)

เพราะ ไม่ทราบถึงอายุการใช้งานที่ผ่านมา ตามปกติ สายพานไทม์มิงจะมีอายุการใช้งานประมาณ 50,000-100,000 กม. ถ้าคิดจะประหยัดในส่วนนี้ อาจจะต้องทิ้งทั้งบล็อก
เพราะเมื่อสายพานไทม์มิงขาด วาล์วจะชนกับลูกสูบจนเสียหาย
การเลือกเปลี่ยนสายพานของแท้แม้จะแพง แต่อายุการใช้งานกว่า 50,000 กม. นั้นคุ้มค่าและมั่นใจได้มากกว่า อาจจะต้องเปลี่ยนลูกรอกด้วย

    * เปลี่ยนหัวเทียน

จำ เป็นต้องเปลี่ยนเพื่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ ถ้าเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้หัวเทียนขนาดธรรมดา ควรใช้หัวเทียนแพลททินัม ND W20 EX-ZU หัวละ 80-100 บาท แม้จะแพง
แต่ประสิทธิภาพสูง และทนทานหลายหมื่นกม.
ถ้า เครื่องยนต์ใช้หัวเทียนบล็อกเล็ก (ส่วนมากพวกทวินแคม 16 วาล์ว) เลือกใช้แบบธรรมดาก็ราคาหัวละ 70-90 บาทเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นแพลททินัมจะแพงประมาณเกือบสอง
ร้อยบาทขึ้นไป ถ้าสู้ค่าใช้จ่ายไหวจะเลือกใช้ก็ดี เพราะทนทานและประสิทธิภาพสูง

    * เปลี่ยนเทอร์โมสตัท

ที่ เรียกกันว่า “วาล์วน้ำ” จำเป็นต้องใช้ ห้ามถอดออก เพื่อให้เครื่องยนต์ปรับตัวให้ร้อนได้รวดเร็ว เพราะเครื่องยนต์ที่อุณหภูมิต่ำเกินไปจะมีสมรรถนะต่ำและการสึกหรอสูง
และ อย่าเข้าใจผิดว่าเทอร์โมทตัททำให้เครื่องร้อน เพราะเมื่อถึงอุณหภูมิที่ควบคุมหรือกำหนดไว้ เทอร์โมสตัท ก็จะเปิดให้น้ำผ่านได้ เปรียบเสมือนไม่มีเทอร์โมสตัท
เทอร์โมสตัทจะปิดการไหลเวียนของน้ำก็ต่อเมื่ออุณหภูมิต่ำเกินไปเท่านั้น
เทอร์โม สตัทจะทำให้เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท (ร้อนจัด) ก็ต่อเมื่อ “เสีย” คือ เมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนด เทอร์โมสตัทก็ไม่ยอมเปิด ทำให้น้ำในระบบระบายความร้อนไม่มีการไหล
เวียน
ในเมื่อเราไม่ทราบว่า เทอร์โมสตัทของเดิมเสียหรือไม่ (นอกจากนำไปต้มและใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิน้ำ ซึ่งเสียเวลา) จึงต้องเปลี่ยนตัวใหม่ จำเป็นต้องซื้อเทอร์โมสตัท ที่มีการควบคุมการเปิด-ปิดที่อุณหภูมิเดียวกัน โดยอ่านดูจากตัวเลขที่มีการปั๊มไว้

    * เปลี่ยนไส้กรองเบนซิน

ถ้าเป็นเครื่องยนต์ธรรมดาก็แค่ไม่กี่สิบบาท ถ้าเป็นเครื่องหัวฉีดก็ 400-800 บาท เน้นว่าจำเป็นต้องเปลี่ยน

    * เปลี่ยนผ้าคลัตช์

ถึง แม้ผ้าคลัตช์เดิมจะมีสภาพดีก็ต้องเปลี่ยน จะได้ไม่ต้องเสียค่ายกเกียร์-เปลี่ยนคลัตช์ไปอีกนาน โดยเลือกเปลี่ยนผ้าคลัตช์แพงเท่าที่กระเป๋าจะทนได้ใช้ของแท้จะดีที่สุด
ถ้างบประมาณไม่พอให้นำแผ่นคลัตช์เก่าไปย้ำ (ค่าใช้จ่าย 200-400 บาท) พอใช้ได้ แต่สู้ของแท้ไม่ได้

    * หวีคลัตช์

ถ้ามีร่องรอยสึกหรอ หน้าสัมผัสไม่เรียบ ต้องเปลี่ยน หรือนำไปเจียรที่โรงกลึง

    * ฟลายวีล

ถ้ามีร่องรอยสึกหรอ หน้าสัมผัสไม่เรียบ ต้องส่งไปเจียรที่โรงกลึง

    * เปลี่ยนลูกปืนคลัตช์

ไหน ๆ ยกเครื่องออกมาแล้ว ถือโอกาสเปลี่ยนลูกปืนคลัตช์เลย สำหรับรถญี่ปุ่นก็ 150-300 บาท เท่านั้น รถยุโรปก็ไม่ค่อยเกิน 500 บาท

    * ท่อหรือสายน้ำมันเชื้อเพลิง

เพิ่มความมั่นใจที่จะไม่รั่วซึมอันเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ อย่าเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

    * เปลี่ยนไส้กรองอากาศ

แท้หรือเทียมแล้วแต่กระเป๋าจะทนได้ แต่จำเป็นต้องเปลี่ยน

    * เปลี่ยนทองขาวและคอนเดนเซอร์

จำเป็นต้องเปลี่ยน ค่าใช้จ่าย 100-200 บาทเท่านั้น

    * ฝาจานจ่ายและหัวนกกระจอก

ถ้าจะไม่เปลี่ยนก็ต้องนำมาขูดตะกรันที่เป็นฉนวนไฟฟ้า

    * เปลี่ยนซีลข้อเหวี่ยงด้านหน้าและด้านท้าย

จะ ได้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าแรง 2 ต่อ เพราะการเปลี่ยนซีลหลังข้อเหวี่ยง จะต้องเปลี่ยนหลังจากยกเกียร์ ยกคลัตช์ หรือถอดฟลายวีลเท่านั้น

    * เปลี่ยนยางแท่นเครื่องและยางแท่นเกียร์

ค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่ใช้งานได้นาน

    * เปลี่ยนสายหัวเทียน

ป้องกันปัญหาการ “ขาดใน” จนเครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์ ค่าใช้จ่าย 200-500 บาทเท่านั้น

    * เปลี่ยนปะเก็นฝาวาล์ว

เนื่องจากต้องตั้งวาล์วก่อนที่จะนำไปใช้งาน ควรเปลี่ยนปะเก็นฝาวาล์วไปพร้อมกันเลย เพราะราคาไม่แพง

    * ไขน๊อตยึดฝาสูบใหม่ทุกตัว

ข้อควรระวังตรงจุดนี้ก็คือ ต้องไขให้ได้ตามสเปคของเครื่องยนต์รุ่นนั้นๆ ปัองกันปัญหาน๊อตยึด

    * เปลี่ยนหรือไล่ไขเข็มขัดรัดท่อ-เปลี่ยนท่อยางหม้อน้ำ

ทั้งด้านบนและด้านล่าง

    * เปลี่ยนบู๊ชคันเกียร์

ถ้าซื้อเครื่องยนต์มาพร้อมเกียร์ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะราคาไม่แพง

    * เปลี่ยนซีลเพลากลาง

ถ้าเครื่องยนต์ซื้อมาพร้อมเกียร์ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยน

    * เปลี่ยนสวิตช์วัดแรงดันน้ำมันเครื่อง

ตัวละไม่เกิน 100 บาท

    * เปลี่ยนเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น

ต้อง เปลี่ยนให้ตรงรุ่นของเครื่องยนต์ เพื่อการวัดที่แม่นยำ กรณีเปลี่ยนเครื่องข้ามรุ่นหรือข้ามตระกูล ควรหาทางติดตั้งเซ็นเซอร์ดีกว่าตัวเก่า (ของเครื่องตัวเก่า)
กับเครื่องตัวใหม่ เพื่อไม่ให้ค่าที่แสดงบนหน้าปัดผิดพลาด

    * เปลี่ยนประเก็นท่อไอเสีย

ค่าใช้จ่ายไม่น่าเกิน 100-200 บาท

    * ลูกรอกสายพานแอร์

ถ้างบประมาณเหลือและใช้ระบบลูกรอกตั้งความตึงของสายพาน ควรเปลี่ยนเพื่อความมั่นใจ ถ้าลองหมุนดูแล้วยังดีอยู่ อาจไม่ต้องเปลี่ยน

    * เช็คปั๊มฟรีใบพัดลมหม้อน้ำ(ถ้ามี)

ถ้าความหนืดน้อยกว่าปกติ ต้องอัดซิลิโคน 1-3 หลอดหรือเปลี่ยนใหม่ (ใช้แล้ว) ค่าใช้จ่าย 300-600 บาท

    * ใบพัดลม

ถ้า แตกหักหรือบิดเบี้ยว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนการขนส่ง ที่แออัดไปด้วยอะไหล่เต็มตู้คอนเทรนเนอร์ ตรวจเช็คดูถ้าแตกหักหรือบิดเบี้ยว ไม่ได้ศูนย์ก็ต้องเปลี่ยน
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mitsusport.com/forum2/index.php?topic=1260.0
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: plawahn on 25 Oct 2009, 08:07
เปลี่ยนเยอะเหมียนกานนเนี่ยยยยย
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: iaomaom on 27 Oct 2009, 07:46

ต้องเปลี่ยนหมดเลยฤือเนี่ย

:'(  :'(  :'(

Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: chanat on 27 Oct 2009, 08:10
เปลี่ยนอะไรบ้างนั้น จริงๆแล้วไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนหมดก็ได้ครับ ดูเอาตามความเหมาะสมมากกว่า บางรายการ ก็ เหมารวมๆมาบางท่านอาจไม่เข้าใจ ใช่ไหมครับ คุณอ้อม
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: iaomaom on 27 Oct 2009, 08:41
เปลี่ยนอะไรบ้างนั้น จริงๆแล้วไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนหมดก็ได้ครับ ดูเอาตามความเหมาะสมมากกว่า บางรายการ ก็ เหมารวมๆมาบางท่านอาจไม่เข้าใจ ใช่ไหมครับ คุณอ้อม


 :'(  :'(  :'(

เหอๆๆ
ขนาดเปลี่ยนแค่บางอย่าง ก้อปาไป 2 หมื่นก่าๆละ // นี่ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอกระผมอยู่ ตามประสา อาทิ เวทเทอร์การ์ด / แป้นเหยียบ / ไมล์เรืองแสง +++
ตามประสาคนไม่มีตัง แต่อยากกกกกกกกกกกกกก หล่อ...... 55555

 8)  8)  8)
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: Omega VIP on 27 Oct 2009, 09:16
เปลี่ยนอะไรบ้างนั้น จริงๆแล้วไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนหมดก็ได้ครับ ดูเอาตามความเหมาะสมมากกว่า บางรายการ ก็ เหมารวมๆมาบางท่านอาจไม่เข้าใจ ใช่ไหมครับ คุณอ้อม


 :'(  :'(  :'(

เหอๆๆ
ขนาดเปลี่ยนแค่บางอย่าง ก้อปาไป 2 หมื่นก่าๆละ // นี่ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอกระผมอยู่ ตามประสา อาทิ เวทเทอร์การ์ด / แป้นเหยียบ / ไมล์เรืองแสง +++
ตามประสาคนไม่มีตัง แต่อยากกกกกกกกกกกกกก หล่อ...... 55555

 8)  8)  8)

ที่กล่าวมาทั้งหมด  มันคือ กิเลส ครับ
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: มือใหม่corsa on 27 Oct 2009, 12:44
เปลี่ยนอะไรบ้างนั้น จริงๆแล้วไม่ถึงกับต้องเปลี่ยนหมดก็ได้ครับ ดูเอาตามความเหมาะสมมากกว่า บางรายการ ก็ เหมารวมๆมาบางท่านอาจไม่เข้าใจ ใช่ไหมครับ คุณอ้อม


 :'(  :'(  :'(

เหอๆๆ
ขนาดเปลี่ยนแค่บางอย่าง ก้อปาไป 2 หมื่นก่าๆละ // นี่ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอกระผมอยู่ ตามประสา อาทิ เวทเทอร์การ์ด / แป้นเหยียบ / ไมล์เรืองแสง +++
ตามประสาคนไม่มีตัง แต่อยากกกกกกกกกกกกกก หล่อ...... 55555

 8)  8)  8)

ที่กล่าวมาทั้งหมด  มันคือ กิเลส ครับ

สงกะสัยจะต้องชอบกินยาธาตุ 4 ตรากิเลสเหมือนผมเป็นแม่นมั่น 8) 8)
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: Fox on 28 Oct 2009, 07:34
ตั้งแต่ทำเครื่องมายังไม่ได้เปลี่ยนตามที่บอกหลายรายการเลยครับ
เปลี่ยนหมดครั้งเดียวไม่มีเงินผ่อนบ้านแน่ๆเลยเรา
Title: Re: เทคนิคการปฏิบัติ หลังซื้อเครื่องยนต์มือสอง
Post by: kamolwat_t on 28 Oct 2009, 08:12
หลักๆ เลย ต้องเปลื่ยนคือ ของเหลวทั้งหมดครับ เปลี่ยน 2 ครั้ง...

ครั้งแรก

น้ำมันเครื่อง - เปลี่ยนเพื่อล้างระบบ ตอนที่วางพอสตาท์ได้ก็เปลี่ยนเลย... แล้ว ใช้ไป 2-300 กม เปลี่ยนทิ้ง ใช้น้ำมันเครื่อง เกลดใสๆก็ดีนะครับ ตัวเลขน้อยๆ 30-40 เพื่อมันจะได้ล้องเอาฝุ่นๆผงๆ ออกมาให้หมดครับ ที่สำคัญ ห้ามอัดรถเด็ดขาดเดี๋ยวงานเข้า ขับเพื่อเช็คการทำงานของระบบ พอครับ

รถเต้เอา เซมิ ปตท ใส่ไปวิ่ง ซัดมา... น้ำมันเครื่อไหม้ครับเรียบร้อย..เกือบพัง พึ่งวางมา 3 วัน.. :วิญญาณ:

รถเจ้าอ้อมเปลี่ยนมากี่ครั้งแล้วไม่รู้ แต่ว่าตอนเช็ค น้ำมันเครื่องสีเน่้าๆ เลยเปลี่ยนเอาตัวแบบเดียวที่เต้ใช้ใส่ไปก่อน อีก 5000 ค่อย เปลี่ยน (คิดว่าไม่น่าทำไหม้นะ ผู้หญิงขับ แต่ใจร้อนอ่าเราอ่ะ ขับน่ากลัว) :วิญญาณ: :วิญญาณ:

รถผมก็ได้กำหมดเปลี่ยนเหมือนกันครับ คงใส่ 50 แฮะๆๆ ;D

น้ำมันเพาว์เวอร์ - เป็นของเดิมก็ เปลี่ยนถ่ายตามปรกติ ครับ แต่ถ้ายกใหม่จากเชียงกง ก็ต้องล้างระบบด้วย(ให้ช่างเขาทำนะครับไม่ใช่เอาน้ำฉีดๆๆๆ แต่ข้างนอก  :เครียด: แล้วพอใช้ได้สักพักก็เปลี่ยนพร้อม น้ำมันเครื่องครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ปีละครั้งครับ ไม่ก็จนกว่ามันจะรั่ว.. 8)

น้ำมันเบรค - อันนี้กรณ๊ที่เปลี่ยนเบรคแล้วมีการถ่ายน้ำมันในระบบนะครับ เปลี่ยนปีละครั้ง ใช้ DOT 4 เท่านั้น ผมใช้ dot 3 ทำน้ำมันเดือดไปแล้ว... :วิญญาณ: :วิญญาณ: :วิญญาณ:

น้ำมันเกียร์ - ออโต้ก็ คลานๆ ไปฟลัชชิ่งสักหน่อย ถ้าไม่มีร้านฟลัชชิ่ง ก็ถ่ายออกแล้วเปลี่ยนตามปรกติครับ เกียร์ธรรมดา ก็ไม่มีอะไรพิเศษ ครับ

น้ำหม้อน้ำ/อื่นๆ ก็ตามปรกติครับ

มีอะไรสงสัยถามมา :ไถ: :ไถ: :ไถ: