Opel in Talks > FAQ and Articles
[ข้อมูล] ระบบหล่อเย็นเบื้องต้น(หม้อน้ำ)
kamolwat_t:
อ่า เรามาเข้าใจระบบ การทำงาน ของหม้อน้ำเพื่อลดความร้อนถายในเครื่องก่อนนะครับ มันเริ่มจาก
1. เครื่องยนต์สันดาป ทำให้เกิดความร้อน (อุณหภูมิในการทำงานโดยวัดจาำกน้ำหล่อเย็นอยู่ที่ ~92-95 องศา หากเย็นไปจะทำให้ระบบทำงานไม่สมบูรณ์ การสึกหรอจะสูง หากร้อนไปงานจะเข้า...ครับ..เหอๆๆ)
2.หม้อน้ำ เป็นตัวแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อให้น้ำร้อนในระบบ วิ่งผ่าน หลอดท่อน้ำขนาดเล็กที่ประกบด้วยครีบโลหะ เป็นตัวช่วยเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยน ความร้อนกันได้ง่ายขึ้นโดยใช้ หลักการให้อากาศวิ่งผ่าน ตัวแผงหม้อน้ำไม่ว่าจะด้วย ลมจากพัดลม หรือลมที่เกิดจากความเร็วในการวิ่งของรถ กรณ๊การเปลี่ยนมี2 กรณ๊เท่านั้น คือ 1.ผุจนซ่อมไม่ได้ แตกหัก(หม้อน้ำเดิมชอบแตกที่ขอบพลาสติกด้านข้าง)ครับ 2.เปลี่ยนเครื่องใหม่ หม้อน้ำเดิมใช้ไม่ได้ นอกจากนี้ ซ่อมได้หมดครับ
3. ระบบหล่อเย็น เริ่มออกจาก ปั้มน้ำ ทำงานตามรอบเครื่องยนต์โดยใช้สายพานราวลิงค์ในการทำงานของระบบ (ควรเปลี่ยน พร้อมกับสายพานราวลิงค์ เพราะว่าปั้มน้ำล็อค สายพานจะข้ามร่อง วาวล์จะชนแคมจะเพี้ยน งานจะเข้า อย่างน้อยจ่าย 10000 ครับ)
4.วาลว์ น้ำ จะ้เป็นตัวสั่งบังคับให้น้ำระบบทั้งหมดเชื่อมต่อกัน วาวล์เปิดน้อย มาก เพื่อเพิ่มอัตราการไหลผ่านของน้ำเพื่อ ควบคุมอุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม(เครื่องยนต์ที่ ใช้งานเมืองหนาว-เมืองร้อน ต้องมีการเลือกใช้ให้เหมาะสมนะครับ เมืองหนาว อากาศบางเดือน ติดลบ หรืออาจจะต่ำำกว่า 10 องศา เวลาที่ เครื่องทำงาน มันจะเย็นง่ายมากๆ เลยต้อง ให้วาวล์น้ำเป็นตัว สะสมอุณหภูมิ แต่ในทางกลับกัน ในเมืองร้อน อากาศจะแตะ40-45 อยู่ตลอด วัดกันที่กลางแดดนะครับเพราะรถเราวิ่งไม่ค่อยเจอร่มหรอก วาวล์น้ำเลยต้องเป็นตัว ช่วยให้ เครื่องลงอุณหภูมิแทน) ตัวนี้เป็นจำเลยครับ
การเลือกใช้ต้อง ดูให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ อย่า ใช้งานเพราะว่า สเปคมันว่าอย่างนี้อย่างนั้นครับ เรารู้กันอยู่ว่า บ.ที่เคยนำเข้ารถพวกเรา มัน ชุ่ยขนาดไหน แล้วอีกอย่าง ถ้าเราไม่มีปัญหาเข้าไปซ่อม... เขาก็อยู่ไม่ได้ครับ 0บริการ มันก็เป็นแบบนี้ครับ
5.สวิทต์ควบคุมการทำงานของพัดลม หรือสวิทต์หัวโตเป็นตัวสั่งงานการทำงานของพัดลมหม้อน้ำให้ทำงานตาม อุณหภูมิที่ เหมาะสม(เรื่องเมืองร้อน-เมืองหนาวเช่นกันครับหลักการเดียวกัน) โดยจะฝังอยู่ที่ด้านข้างของหม้อน้ำ ราคาตัวละ 3-400 บาท
ไอ้ตัวนี้แหละครับที่เป็นผู้ต้องหา... โดนต่อตรงบ้าง โดนเปลี่ยนให้ทำงานตลอดบ้าง... แล้วก็บ่นว่า มันไม่ดีขึ้น ยังร้อนอยู่(เสียเงินรอบแรก) แล้วช่างจะบอกว่าต้องเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่(ได้เงิน 2 เด้งแล้วก็ตรงพัดลมตรงเหมือนเดิม ) ก็มันเป็นส่วนที่ เปลี่ยนง่ายที่สุดในระบบครับ ตัววาลว์น้ำ-ปั้มน้ำ ต้องถอดสายพานราวลิงค์ออกก่อนเสียเวลาทำงานครับ แต่ถามโดยอิงจากข้อความข้างบนของผมนะครับว่า... ถ้า วาลว์น้ำไม่เปิด พัดลมหมุนทั้งคืนเครื่องก็ยังร้อนครับ มันต้องทำงานสัมพันธ์กัน เดี๋ยวผมจะบอกว่า ต้องทำอย่างไร
ถ้า รู้สึกว่า เครื่องร้อนบ่อย ลอง คิดดูก่อนว่า... เรา เคยล้างระบบ หล่อเย็นบ้างไหม เคยเปลี่ยนวาวล์น้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไร ส่วนตัวรถผมเคยตัวร้อนมากๆบ่อยๆ ก็มาดูปรากฏว่า มีตะกรันเต็มวาวล์เลย มันถึงได้ตันน้ำไหลได้ไม่ดี เปลี่ยนใหม่พร้อม สวิทต์หัวโต หมดไปไม่ถึง 1000 ครับ ไม่เคยตัวร้อนอีกเลย
เวลา สั่งให้ช่างซื้อของมา ให้ระบุไปเลยครับว่า เอาอุณหภูมิเท่าไร ผมแนะนำวาวล์ให้ทำงานที่ 93-87 (โดยประมาณนะครับ บ้านเราเมืองร้อน) สวิทต์พัดลมให้ทำงานใกล้ๆกันครับ
แต่ อย่าต่อตรง เด็ดขาด เพราะ
1 พัดลมทำงานหนักเกินความจำเป็น พังมาตัวนึงหลายบาทหลาย 1000 อยู่ครับ
2 มันจะร้อนง่าย แล้วถามมันซ็อตมาที... งานเข้าครับ รวนทั้งระบบ (จะได้เสียเงิน 3 เด้ง ให้ร้านซ่อม อาหย่อยเหาะ รถโอเปิ้ลนี่มันเนื้อหวานดีจริงๆ อิอิ Tongue Tongue Tongue )
ที่เหลือ.... มีอะไรโทรมาคุย โพสถามได้เลยครับ จะได้บอกว่า ต้องทำอย่างไร
zince:
Thank you :D
Omega VIP:
วาล์วน้ำที่เปิดช่วงอุณหภูมิ 87 - 93 C เหมาะสำหรับรถใช้งานธรรมดา ถ้าเป้นรถติดแก๊ส + เครื่องยนต์สมถนะสูงทั้งหลาย ควรหาวาล์วน้ำที่เปิดเร็วหน่อย อาทิ เช่น 82 C ( อันนี้เป็นวาล์วน้ำทั่วไปของรถญี่ปุ่นที่วิ่งบนถนนเมืองไทย ) แต่สำหรับรถเทอร์โบก็ควรลงมาอยู่ที่ 78 C ก็เพียงพอครับ การเลือกใช้งานวาล์วน้ำเปิดที่องศาเท่าใด ต้องดูลักษณะการใช้งานของรถเราด้วยครับ เช่น 1j 2j bo อันนี้ธรรมดาเครื่องก็ร้อนง่ายอยู่แล้ว เจอติดแก๊สอีก ตั้งบูสต์สูงอีก ควรไปหาวาล์วน้ำแต่งที่ เปิด 68 C มาใส่ดีกว่าครับ
ส่วนในเรื่องของหัวโต อุณหภูมิทำงานที่ 87 - 95 C ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ จะเป็น 1 รึ 2 step ก็ได้ครับ
พวกเครื่องที่วางข้ามสายพันธุ์อุณหภูมิจะสูง เพราะ มันขึ้นไม่ตรงก็อย่าไปตกใจครับ เอาเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเดิมของ Opel มาต่อ เข็มความร้อนก็จะขึ้นตรงตามจริงแล้วล่ะครับ บ้านเรามันร้อน เรื่องนี้แก้ไม่ยากครับ
นอกจากนี้ก็มาเชคที่พัดลมหม้อน้ำ ยังทำแรงลมได้ดีไหม ท่อยางน้ำต่างๆมีตามด รั่วซึมบ้างรึเปล่า ( ถ้าใส่น้ำยา coolant จะมีการผสมสีเรืองแสง เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต ) ปั้มน้ำมีการผุกร่อน ที่เกิดจากสนิมกินไหม ถ้ามีจะเห้นว่ามีน้ำซึมออกมาทีละนิด ( แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตามสายพานไทมิ่ง opel @ 40000 km ไม่น่ามีปัญหาครับ แต่รถญี่ปุ่นเปลี่ยน 100000 km อันนี้ต้องสังเกตสีที่กระปุกพักน้ำด้วยนะครับ ) อีกอย่างที่เคยประสบมาก็บรรดาตาน้ำครับ โดนสนิมกิน อันนี้ก็สังเกตุจากน้ำในกระปุกเช่นเดียวกัน อันี้ถ้ามันกินไปเยอะแล้ว เอาลมอัดเข้าไปจะเห็นน้ำพุงออกมาเลยครับ เพราะ ต้องตาน้ำที่โดนสนิมกินจะมีความบางอยู่แล้ว เมื่อโดนแรงลมที่อัดจะเห้นมันทะลุออกมาครับ ( ราคาที่เปลี่ยนตาน้ำก็หลักร้อยครับ )
เดี่ยวนึกอะไรออกอีกจะมาเสริมนะครับ แต่คิดว่าหมดแล้วล่ะ
kamolwat_t:
ขอบคุณที่ช่วยกันเติมสิ่งท่ขาดหายไปฮะ :)
อ่า เรามาว่ากัันต่อเรื่องการ ดัดแปลง บ้างนะครับ...
ง่ายๆเลย... เจาะรู้เพิ่มที่ วาวล์ น้ำครับ ใช้สัก 1/4 เจาะเพิ่ม สัก 2 รู เพื่อทำให้ น้ำไหลผ่าน วาวล์ได้มากขึ้น ครับ เวลาที่มันเปิดไม่สุด มันจะได้ มีน้ำผ่านมากขึ้น ตัวร้อนช้าลงครับ... :-*
หมูมั่กๆ ช่างไทยทำได้อยู่แล้ว... ;D ;D ;D
jeabjamiro:
>:( เคยเจอคนเอาออกไปเลย ไหลตลอดเครื่องไปเร็วมากๆ เหอะๆ 90-95 เหมาะสมที่สุดครับ
ตามที่ข้างบนๆบอกมาเหอะๆ
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
Go to full version