Opel in Talks > FAQ and Articles

แชร์ประสบการณ์การ เปลี่ยนพวงมาลัยเพาเวอร์กันเถอะ

<< < (4/13) > >>

kiddee:
อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้บางส่วนจะได้มาจากกองนี้

kiddee:
:Dครับเสร็จซะที

ได้เวลาลองซะที

ทันทีที่สตาร์ทเครื่องทุกอย่างดูเรียบร้อยดีครับ

ได้กลิ่นสายพานไหมเล็กน้อย นึกว่าปกติครับ สายพานใหม่

ก็ทดลองขับผ่านครับ  พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่าน (ทดลองกันกับพี่ช่างครับ)

 :drink: ก็พักกินเบียร์กันนิดหนึ่ง :drink:

ก็เอารถไปตังศูนย์ครับ  กลับมาทดสอบกันอีกรอบครับ ทุกอย่างด้านช่วงล่างดูดีครับไม่มีปัญหาใด แต่กลิ่นสายพานไหมยังไม่หายครับ (ติดใจเล็กน้อยเดียวคงหายมั่ง)  คิดว่าคงจบ ทุกอย่างดูเหมือนสมบูรณ์ ;D ;D ;D

แต่ไม่จบครับ :omg:

ก็ลองขับไปเอาเทปที่ ททบ.5  (ไปกลับ 30 ก.ม.) เริ่มมืดแล้ว เปิดไฟ  เปิดแอร์  เปิดเครื่องเสียง  แล้วก็ขับไปครับแรกๆ ทุกอย่างดูดีไม่มีปัญหาครับ

สักพักแอร์ไม่เย็นมีแต่ลม ก็เปิดกระจก  ไฟเริ่มไม่สว่าง ก็ปิดเครื่องเสียง  แต่เครื่องยนต์ยังเหมือนเดิม ยังคงแรงเหมือนเดิมครับ  เลยเปิดกระจกขับกลับบ้าน

ถึงบ้านไฟหน้ารถกลายเป็นไฟหรี่  จอดรถเอากระจกขึ้น (แทบจะไม่ไหวคงไฟจะหมด)  ก็เลยดับเครื่อง พอลองสตาร์ทเครื่องดู ไม่ติดครับ  แบตฯ หมดครับ   เอางัยดี  นึกไม่ออกแล้ว นอนดีกว่า :วิญญาณ: :วิญญาณ:

 :สำนึก: วันต่อมาพวงแบตฯ แล้วสตาร์ท ติดครับเหมือนไม่มีอะไร  โทรถามเพื่อน และก็ช่างอีกคน ให้คำตอบเหมือนกันคงเป็นที่ตัวไดชาร์ท

 :ไม่: งานเข้าอีกแล้วไดชาร์ทสิ้นชีพอีกแล้วหรือ

 :'( ไปดูที่สายพานที่มันใช้ร่วมกันระหว่างไดชาร์ทและตัวปั่นฯ  คาดว่ามันคงไม่ตรึงครับปรับให้มันตรึง ดีขึ้นครับ แต่กลิ่นไหมยังอยู่ครับ  ทดสอบถอดขั้วแบตฯ ว่าไดชาร์ทใช้ได้ไหม  ตรวจสอบกับช่างแล้วไดชาร์ทใช้ได้ครับ 

ทดลองครับ คราวนี้วิ่งไปสัก 40 ก.ม. ไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดเครื่องเสียง ลองดูว่าชาร์ทไฟไหม  ว่าไฟเข้าไหม ไฟเข้าครับแต่ไม่พอ จอดไว้ค้างคืนตอนเช้ามาสตาร์ทไม่ติดครับ  ก็พวงแบตฯ เหมื่อนเคยแต่ได้กลิ่นไหมของสายพานยังอยู่

  :ไม่: :ไม่:โทรหาช่างอีกครั้ง ถามช่าง 3 คน  2 คน แรกตอบโดยหลักการแล้วการที่เราเพิ่มความยาวของสายพาน โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนมู่เล่หน้าเครื่อง  รอบเครื่องยนต์ยังเท่าเดิมการทำงานของไดชาร์ทก็ต้องเท่าเดิม เพราะฉะนั้นไดชาร์ทจะต้องทำงานเหมือนเดิม  ส่วนช่างที่ทำการเปลี่ยนเพาเวอร์ด้วยกันกับผมบอกคลาดว่าน่าจะเป็นที่รอบไดชาร์ทไม่เร็วพอที่จะทำให้ชาร์ทไฟได้

ทำงัยดี หลายคนก็หลายความคิด???   แต่ก็เป็นไปได้ทุกอย่างที่ว่ามา…  ทำงัยได้รถเรา  ก็เลยตัดสินใจขับไปร้านไดนาโม  ร้านไดนาโม   ร้านไดฯ ได้เอาเครื่องมือมาวัดดู บอกว่าเป็นที่รอบไดชาร์ทครับ มันช้าเกินไปที่จะชาร์ทไฟให้พอกับการใช้งานทั้งหมดได้
 :dead: :dead: :dead: :dead:

kiddee:
ผ่านไปอีกวันครับ :ตาย: :ตาย: :ตาย:

ไปคุยกับพี่ที่ติดตั้งแร็คฯ ด้วยกัน เอางัยดี :berserk :berserk

ตกลงกันได้เราจะเพิ่ม สายพานอีกเส้น

ให้มันปั่นของใครของมันไป เอางัยเอากันครับ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้

เริ่มกันที่ ได้แนวคิดใหม่แล้ว เมื่อรอบไดชาร์ทมันไม่พอ อาจเกินจากสายพาน ร่องวี และมีขนาดเล็ก และอาจจากระยะที่สายพานดึงและทำให้เมื่อใช้กระแสเยอะๆ ไดชาร์ทจะทำงานหนักขึ้นจึงทำให้เกิดความหนืบขึ้นและทำให้สายพานไหมตลอดเวลา จึงตัดสิ้นใจ เปลี่ยนแบบใหม่  โดยการแยกสายพานออกเป็นของใครของมันซะ มาดูกันทำงัย

kiddee:
มากันใหม่อีกรอบครับ (ทนอ่านต่อนิดหนึ่งนะครับ)


-   มาเริ่มกันใหม่ เอาแม่แรงขึ้น  ถอดล้อด้านคนขับ

-   ถอดสายพานแอร์

-   ถอดชุดกรองอากาศ

-   ถอดสายต่างๆ ที่ขวางทางการทำงานออก  เอาให้โล่งๆ จะได้ทำงานง่าย

-   เมื่อทุกอย่างโล่งๆ แล้ว ถอดมู่เล่หน้าเครื่องออกมา แล้วไปโรงกลึงครับ  เวลาผ่านไป 3 ช.ม.  เราก็จะได้ มู่เล่ที่มีร่องวี 3ร่องครับ
 

kiddee:
ลงมือต่อครับ



-   จัดการให้มันไปอยู่ที่เดิมมันซะ

-   ใส่สานพานแอร์พร้อมปรับให้ตรึง  (สายพาน 12.5x800)

-   แล้วก็ใส่สายพานไดชาร์ทตรึงให้แน่นซะ  (สายพานเบอร์ 9.5x900)

-   ต่อมาก็ปรับระดับให้ได้แนวพอดีกับร่องมู่เลเครื่องไอตัวปั่นนี้ซะ เมื่อได้ทีแล้วก็ใส่สายพานซะ ตรึงให้แน่น ยึดน็อตทุกตัวให้แน่นซะ

-   ประกอบส่วนชุดกรองอากาศ และสายต่างๆที่ถอดออกประกอบที่เดิมซะ

-   เมื่อจะประกอบชุดกรองอากาศ  เจอะปัญหาอีกครับ  มันเข้าที่เดิมไม่ได้ ไอ้ตัวปั่นมันมาขวางทางอีกครับ
   (มันสมชื่อจริงๆ ครับ ไอตัวปั่น) ทำงัยดี………..

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version