Opel in Talks > FAQ and Articles
แชร์ประสบการณ์การ เปลี่ยนพวงมาลัยเพาเวอร์กันเถอะ
kiddee:
อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้บางส่วนจะได้มาจากกองนี้
kiddee:
:Dครับเสร็จซะที
ได้เวลาลองซะที
ทันทีที่สตาร์ทเครื่องทุกอย่างดูเรียบร้อยดีครับ
ได้กลิ่นสายพานไหมเล็กน้อย นึกว่าปกติครับ สายพานใหม่
ก็ทดลองขับผ่านครับ พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่าน (ทดลองกันกับพี่ช่างครับ)
:drink: ก็พักกินเบียร์กันนิดหนึ่ง :drink:
ก็เอารถไปตังศูนย์ครับ กลับมาทดสอบกันอีกรอบครับ ทุกอย่างด้านช่วงล่างดูดีครับไม่มีปัญหาใด แต่กลิ่นสายพานไหมยังไม่หายครับ (ติดใจเล็กน้อยเดียวคงหายมั่ง) คิดว่าคงจบ ทุกอย่างดูเหมือนสมบูรณ์ ;D ;D ;D
แต่ไม่จบครับ :omg:
ก็ลองขับไปเอาเทปที่ ททบ.5 (ไปกลับ 30 ก.ม.) เริ่มมืดแล้ว เปิดไฟ เปิดแอร์ เปิดเครื่องเสียง แล้วก็ขับไปครับแรกๆ ทุกอย่างดูดีไม่มีปัญหาครับ
สักพักแอร์ไม่เย็นมีแต่ลม ก็เปิดกระจก ไฟเริ่มไม่สว่าง ก็ปิดเครื่องเสียง แต่เครื่องยนต์ยังเหมือนเดิม ยังคงแรงเหมือนเดิมครับ เลยเปิดกระจกขับกลับบ้าน
ถึงบ้านไฟหน้ารถกลายเป็นไฟหรี่ จอดรถเอากระจกขึ้น (แทบจะไม่ไหวคงไฟจะหมด) ก็เลยดับเครื่อง พอลองสตาร์ทเครื่องดู ไม่ติดครับ แบตฯ หมดครับ เอางัยดี นึกไม่ออกแล้ว นอนดีกว่า :วิญญาณ: :วิญญาณ:
:สำนึก: วันต่อมาพวงแบตฯ แล้วสตาร์ท ติดครับเหมือนไม่มีอะไร โทรถามเพื่อน และก็ช่างอีกคน ให้คำตอบเหมือนกันคงเป็นที่ตัวไดชาร์ท
:ไม่: งานเข้าอีกแล้วไดชาร์ทสิ้นชีพอีกแล้วหรือ
:'( ไปดูที่สายพานที่มันใช้ร่วมกันระหว่างไดชาร์ทและตัวปั่นฯ คาดว่ามันคงไม่ตรึงครับปรับให้มันตรึง ดีขึ้นครับ แต่กลิ่นไหมยังอยู่ครับ ทดสอบถอดขั้วแบตฯ ว่าไดชาร์ทใช้ได้ไหม ตรวจสอบกับช่างแล้วไดชาร์ทใช้ได้ครับ
ทดลองครับ คราวนี้วิ่งไปสัก 40 ก.ม. ไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดเครื่องเสียง ลองดูว่าชาร์ทไฟไหม ว่าไฟเข้าไหม ไฟเข้าครับแต่ไม่พอ จอดไว้ค้างคืนตอนเช้ามาสตาร์ทไม่ติดครับ ก็พวงแบตฯ เหมื่อนเคยแต่ได้กลิ่นไหมของสายพานยังอยู่
:ไม่: :ไม่:โทรหาช่างอีกครั้ง ถามช่าง 3 คน 2 คน แรกตอบโดยหลักการแล้วการที่เราเพิ่มความยาวของสายพาน โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนมู่เล่หน้าเครื่อง รอบเครื่องยนต์ยังเท่าเดิมการทำงานของไดชาร์ทก็ต้องเท่าเดิม เพราะฉะนั้นไดชาร์ทจะต้องทำงานเหมือนเดิม ส่วนช่างที่ทำการเปลี่ยนเพาเวอร์ด้วยกันกับผมบอกคลาดว่าน่าจะเป็นที่รอบไดชาร์ทไม่เร็วพอที่จะทำให้ชาร์ทไฟได้
ทำงัยดี หลายคนก็หลายความคิด??? แต่ก็เป็นไปได้ทุกอย่างที่ว่ามา… ทำงัยได้รถเรา ก็เลยตัดสินใจขับไปร้านไดนาโม ร้านไดนาโม ร้านไดฯ ได้เอาเครื่องมือมาวัดดู บอกว่าเป็นที่รอบไดชาร์ทครับ มันช้าเกินไปที่จะชาร์ทไฟให้พอกับการใช้งานทั้งหมดได้
:dead: :dead: :dead: :dead:
kiddee:
ผ่านไปอีกวันครับ :ตาย: :ตาย: :ตาย:
ไปคุยกับพี่ที่ติดตั้งแร็คฯ ด้วยกัน เอางัยดี :berserk :berserk
ตกลงกันได้เราจะเพิ่ม สายพานอีกเส้น
ให้มันปั่นของใครของมันไป เอางัยเอากันครับ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้
เริ่มกันที่ ได้แนวคิดใหม่แล้ว เมื่อรอบไดชาร์ทมันไม่พอ อาจเกินจากสายพาน ร่องวี และมีขนาดเล็ก และอาจจากระยะที่สายพานดึงและทำให้เมื่อใช้กระแสเยอะๆ ไดชาร์ทจะทำงานหนักขึ้นจึงทำให้เกิดความหนืบขึ้นและทำให้สายพานไหมตลอดเวลา จึงตัดสิ้นใจ เปลี่ยนแบบใหม่ โดยการแยกสายพานออกเป็นของใครของมันซะ มาดูกันทำงัย
kiddee:
มากันใหม่อีกรอบครับ (ทนอ่านต่อนิดหนึ่งนะครับ)
- มาเริ่มกันใหม่ เอาแม่แรงขึ้น ถอดล้อด้านคนขับ
- ถอดสายพานแอร์
- ถอดชุดกรองอากาศ
- ถอดสายต่างๆ ที่ขวางทางการทำงานออก เอาให้โล่งๆ จะได้ทำงานง่าย
- เมื่อทุกอย่างโล่งๆ แล้ว ถอดมู่เล่หน้าเครื่องออกมา แล้วไปโรงกลึงครับ เวลาผ่านไป 3 ช.ม. เราก็จะได้ มู่เล่ที่มีร่องวี 3ร่องครับ
kiddee:
ลงมือต่อครับ
- จัดการให้มันไปอยู่ที่เดิมมันซะ
- ใส่สานพานแอร์พร้อมปรับให้ตรึง (สายพาน 12.5x800)
- แล้วก็ใส่สายพานไดชาร์ทตรึงให้แน่นซะ (สายพานเบอร์ 9.5x900)
- ต่อมาก็ปรับระดับให้ได้แนวพอดีกับร่องมู่เลเครื่องไอตัวปั่นนี้ซะ เมื่อได้ทีแล้วก็ใส่สายพานซะ ตรึงให้แน่น ยึดน็อตทุกตัวให้แน่นซะ
- ประกอบส่วนชุดกรองอากาศ และสายต่างๆที่ถอดออกประกอบที่เดิมซะ
- เมื่อจะประกอบชุดกรองอากาศ เจอะปัญหาอีกครับ มันเข้าที่เดิมไม่ได้ ไอ้ตัวปั่นมันมาขวางทางอีกครับ
(มันสมชื่อจริงๆ ครับ ไอตัวปั่น) ทำงัยดี………..
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version