Opel in Talks > FAQ and Articles
[จับเข่าคุยกัน] เรื่องการทำรถทั้งหลาย (opel แต่ง ตั้งแต่ใช้บ้านๆยันวิ่งสนามได้)
Tanu:
:มั้ง:.....ถามมั่งครับ
คุณต้นคิดว่า ช่วงที่ว่างระหว่าง Astra กับ Cadett.....มีอะไรที่แตกต่าง
..และทำให้มันโดดไปด้าน Performance....มากกว่า เยอะ
1 . . . เครื่อง
2. . . ช่วงล่าง
3. . . ปัจจัยอื่นๆ ....
( ทั้งหมดนี้น่าศึกษา ครับ )
jannybunny:
:D เยี่ยมมากครับ :D
kamolwat_t:
--- Quote from: Tanu on 28 Sep 2009, 17:24 --- :มั้ง:.....ถามมั่งครับ
คุณต้นคิดว่า ช่วงที่ว่างระหว่าง Astra กับ Cadett.....มีอะไรที่แตกต่าง
..และทำให้มันโดดไปด้าน Performance....มากกว่า เยอะ
1 . . . เครื่อง
2. . . ช่วงล่าง
3. . . ปัจจัยอื่นๆ ....
( ทั้งหมดนี้น่าศึกษา ครับ )
--- End quote ---
ถ้าเราว่ากันเฉพาะตัวที่ออกแบบมาให้ขับแบบสปอต์ว่านะครับ เช่น ตัว GSI ของทั้ง 2 รุ่น
จริงๆ คาเด็ท ออกแบบมาให้มีความเป็นสปอต์สุงกว่าครับ ทายาทมันคือ แอสต้า3ประตู GSI ครับ
คาเด็ทก็ดีนะครับถ้าไม่ติดว่าปีเก่าไปหน่อยและอะไหล่บางตัวหายาก พื้นฐานรถทำออกมาได้ดีมากๆครับ เดิมๆก็วิ่งกันไล่ไม่ทันแล้ว เหอๆๆ
ถ้าให้บอกว่าอะไร Performance อย่างที่ผมแจ้งไปด้านบน ผมจะมองจากพื้นฐาน รถที่ออกมาจาก 0 เลยครับ... บังเอิญว่า แอสต้า Gsi ที่ขายในบ้านเรา มันไม่ได้วางเครื่อง 2000 ติดตัวมา วางมาเป็นตัว 1800 ครับ ถ้าข้อมูลผมไม่ผิดนะฮะคงต้องถามเกจิ จริงๆอีกทีนึง เอา คาเดท gsi กับแอสต้า gsi ออกจาก 0 มาลงพีระเลย ใช้ยางตัวเดียวกันคนขับคนเดียวกัน คาเด็ทน่าจะได้เปรียบอยู่นิดหน่อยครับ เพราะว่าพื้นฐานเครื่องดีกว่า แต่ถ้ามาเป้นตอนนี้ เอาเงินมาถมกัน แล้วลงสนามผมว่า อยู่ที่การ setup รถครับ ว่าใครทำได้ดีกว่ากันฮะ
เรื่องเครื่อง อย่างที่แจ้งไปด้านบนครับ แฮะๆๆ
ช่วงล่าง ผมไม่ทราบว่าออกจาก 0 มามันสภาพยังไงครับ แต่ถ้าทำลงสนามรีดสมรรถนะ ทั้งคู่ ผมว่า อยู่ที่การเลือกใช้ของและ การ setup ครับ
ปัจจัยอื่นๆ... คาเด็ทgsi ราคาถูกกว่ามากๆๆๆๆๆครับ อยู่ประมาณ 50000-70000 แล้ว แรงเลยครับ ทำระบบให้มันสมบูรณ์ ช่วงล่างแน่นๆ ยางดีๆ ยังไงก็จ่ายน้อยกว่า หาซื้อ astra สภาพที่วิ่งได้ มาทำแน่นอนครับ ยกเว้นว่าไปซื้อซากมาทั้งคู่ครับ ราคาอาจจะไม่ต่างกันมาก...อยู่ที่เราเลือกเครื่องที่จะเอามาลงด้วยนะครับ...
ถามว่า แอสต้าเอามาแข่งได้ไหม ก็ได้ครับ มีเยอะด้วย...
ผมชอบคันนี้แหละ... :-[
jeabjamiro:
;D เท่าที่ผมมีทั้ง 2 คันนะครับ แอสตร้าแวน กับ คาเด็ทจีเอสไอ
1. เครื่อง c25xe - 20seh รอบและนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเท่าๆที่ผมลองวิ่งดูเท่าที่ถนนมันมีให้วิ่งนะครับ
ความเมามันในการขับคาเด็ทกินขาดทุกประตูคือมันจะทำงานกระชากวิณาญช่วง 4000 ไปแล้วจะปลิวมากๆพอราวๆ 5800-6000 จะหมดรอบแล้วต้องเปลี่ยนเกียร์
ในขณะที่เครื่อง v ทำการกระชากวิณณาณทุกย่าน 3000-4500 ที่กดลงไปซิ่งความปลิวและฟิลลิงต่างกันมากมันจะไปเลื่อยๆพอรู้ตัวอีกทีก็เร็วแล้วคือไม่ได้ลมเท่าที่ควรครับ
ในขณะที่จั๊วแดงนั้นกระชากกระแทกกะทั้นกว่ามาก ส่วนนายศรีหมอกจะขึ้นนิ่มๆ
2. ช่วงล่างก็ต่างกันโดยสิ้นเชิงคือ รถบ้านๆกับ ระเกิดมาซิ่งมันก็ผิดกันตั้งแต่การสร้างแล้วครับและอีกอย่าง น้ำหนักคาเด็ทเบามาก บางมาก กว่าแอสตร้าเยะ จึงปลิวและอีกอย่างช่วงล่างคาเด็ท
มันถูกออกแบบมาสำหรับสับโดยเฉพาะ พวกบูธต่างสามารถอัดปรับค่าได้ แอร์โฟที่สามารถ ตั้งค่าได้แรงมากกินมาก ส่วนแอสตร้าถ้าฝาแดงจริงๆ ก็ปรับได้ครับ
เครื่อง
20seh 130 din
c25xe 170 din
คาเด็ทถ้ามีตังทำเต็มน่าจะรุ่งเช่นกัน อะไหล่ก็ตามประสา แดวู บีเอ็ม วอนโว ทั่วๆไปครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/GM_Family_II_engine#20NE.2C_20SE.2C_20SEH.2C_C20NE.2C
3.ปัจจัยอันนี้อยู่ที่ตีนแล้วและว่าจะขับยังไงนะครับ เหอะๆ
ผมเสียใจกับยาง 2003 มาก..........เซ็ง
kamolwat_t:
อ่ะนะ... ยาง...มันซะขนาดนั้นอ่า...
ออ เห็นเจี๊ยบพูดมาแล้ว... นึกขึ้นได้ครับ... รถมันจะประกอบด้วย 3 อย่าง...
1. พื้นฐานตัวรถ
2. เครื่องและเกียร์ที่ใช้
3. ช่วงล่าง
ถ้ามันไม่สมดุลย์กันมันก็ยากครับที่จะเป็นรถที่ดี...
แต่ปัจจัยที่จะทำให้รถมันเร็วคือ คนขับครับ...
มาแยก ว่าเป็นเรื่องๆ
1. พื้น ฐานตัวรถเอาแต่ opel ที่เราเห้นกันบ่อยๆก่อนนะครับ... :)
เรามีรถแข่ง ของเราเอง ก็ประมาณนี้...
corsa
http://www.eurorallye.co.uk/images/hughcorsa1.jpg
kadet e
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c0/Saxony_rally_racing_Opel_Kadett_GSI_16V_33_%28aka%29.jpg
astra
http://farm4.static.flickr.com/3534/3743374358_eddf57e88c_o.jpg
vectra b
http://www.touringcartrophy.com/history/saison2005/photos_dijon/photo023.jpg
Calibra
http://www.kcc.zaq.ne.jp/super1600models/gallary/big.calibra.dtm.jpg
omega b
http://www.club-opel.com/graphics/owners/full/392_109_omega_15.jpg
เห็นไหมครับว่า รถรุ่นหลักๆของเราสามารถนำมาใช้ในการแข่่งขันได้หมดฮะ...แต่ว่ารถรุ่นใคที่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันแบบใดนั้น มันอยู่ที่พื้นฐานรถครับ สังเกติดูรถท้ายสั้นๆ แบบ corsa กับ kadet นั้น เอามาทำแรลลี่ ทั้งคู่เลย... แต่รถที่เป้นทรงซีดานยาวๆ แบนๆ เอามาทำรถ เซอร์กิตครับ คิดเล่นๆว่า...ถ้าเอา Calibra มาขับจิมคาน่า แข่งกับ corsa c14nz แค่มอง รถก็พอที่จะรู้ครับว่ารถอะไรน่าจะเข้าเส้นชัยก่อน...ในทางกลับกัน เอามาลงสนามเซอร์กิต ก็คงไม่ต้องสืบอีกเช่นเดียวกัน ถ้าคนขับคนเดียวกันนะครับ
ยกตัวอย่าง ตัวถังของรถต่างยี่ห้อบ้าง civic 3 door ครับ สังเกตุไหมครับว่าทำไมมันเต็มสนามเลย.. รุ่น 4door ไม่่ค่อยเห็นใครเอามาทำรถแข่ง...
เพราะว่า ตัวถังที่เบากว่าครับ ในสนามแข่งทำได้เบากว่า 1 kg ก็มีผลครับ ตัด เจาะ รื้อ ออกกันหมด เพื่อให้เบากว่า อย่างตัว 3 door ที่เห็นเกลื่อนสนามนั้น นน. น่าจะแค่ 7-800 kg เท่านั้นเองครับ ในขณะที่ corsa ผมเคยชั่งได้ 1000 kg พอดี รวมคนขับ ครับ...
เรื่องที่ 1 ว่าซะยาว.. มาเรื่องที่ 2 บ้าง.. :)
เครื่องยนต์ครับ เครื่องยนต์แต่ละตัวออกแบบมาให้ใช้งานต่างกันครับ เครื่อง c14nz 45 แรงม้า กับ c20ex 150 แรงม้า เราสามารถขับจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ได้เหมือนกัน แต่ว่าขับไม่เหมือนกัน... :มั้ง: งง ไหมครับ
เอาง่ายๆแค่การสิ้นเปลืองก็ต่างกันแล้วครับ c14 12-14 กม/ลิตร c20 8-10 กม/ลิตร
c14 ขับไปเรื่อยๆไม่รีบที่ 100-120 ใช้เวลา 7 ชั่วโมงถึง... c20 ขับไปเรื่อยๆ ไม่รีย 100-120 ก็ใช้เวลา 7 ชั่วโมงถึงเช่นกัน และยังกินน้ำมันมากกว่าด้วย... :o
แต่...
ถ้าเรารีบ... c14 มันก็วิ่งได้เต็มที่ 140 ขับๆไปสักพักต้องเบรค กว่าจะขึ้นมาความเร็ส 140 ได้ นานมาก... แต่ถ้าเป็น c20 จะรีบ มันกดได้ถึง 200 ครับ ถ้าจำเป็น จัหวะเร่งแซงก็ไม่ต้องลุ่นมีกำลังสำรองเหลือให้ใช้อีกพอประมาณ มันเลยเป็นการที่ต้องดูเป็นกรณีๆไปว่า.... ขับแบบไหน ใช้รถยังไง นิสัยการขับ การแซงเป็นยังไง ใจร้อนหรือเปล่าหรือว่าไม่รีบ
ในขณะเดียวกัน... การที่จะโมดิฟายเครื่อง...ระหว่างเครื่องตัวนึงที่ 45 แรงม้า จะทำให้มันกลายเป็น 100 ตัว... มันยากครับถ้าจะทำให้แรงและเหนียว... แต่ถ้า เทียบกับ c20xe เดิมมี 150ม้า จะทำให้กลายเป็น 200 มันไม่ยากมากครับ เพราะว่าพื้นฐานเครื่องมันเป็นเครื่องที่ออกแบบมาให้แรงอยู่แล้ว..ผิดกับ เครื่อง c14 nz ที่ทำมาไว้จ่ายกับข้าวครับ :)
เอาแค่เป็นตัวอย่างพอหอมปากหอมคอนะฮะ..แฮะๆๆ เครื่องตัวอื่นก็ ตามลักษณะนิสัยเครื่องครับ...เช่น
เครื่อง 4สูบ 8v แรงบิดมารอบต่ำ ขับง่ายออกตัวง่าย แต่รอบสูงๆความเร็วสูงๆ ไม่ค่อยมีอัตราเร่งแซง..
เครื่อง 4สูบ 16v แรงบิดมารอบสูง รอบต่ำๆขับแล้วไม่ค่อยมีแรงเท่าไร แต่ถ้ารอบสูงๆ จะมีแรงให้ใช้งานได้ดีกว่าขับลากรอบสนุกกว่า
เครื่อง 6สูบ 24v ออกแบบมาให้แรงบิดสม่ำเสมอและต่อเนื่องครับไปเรื่อยๆไหลๆ ไม่กวาดรอบแบบ 16v ที่สูบน้อยกว่า แต่จะมีแรงบิดที่สูงเนื่องจากจำนวนกระบอกสูบที่มากกว่า
เครื่องแต่ละตัว ออกแบบมาให้ใช้งานไม่เหมือนกันครับ
มาเรื่องที่ 3 ช่วงล่าง... :)
รถบ้านๆ ทำช่วงล่างดีๆ เวลาเข้าโค้งก็ไม่ต้องใช้เบรคมาก ออกโค้งได้ไวเพราะว่าไม่เสียความเร็วในโค้ง ในขณะที่ รถแครื่องแรง แต่ไม่ได้ทำช่วงล่าง ขับทางตรงมานำโด่งเลย..แต่พอเข้าโค้งต้องเบรคแทบจะคลานเพราะว่ารถมันโยน.... ก็มีสิทธ์โดน รถบ้านๆแซงนะครับ... อันนี้ เจอมากับตัวครับ corsa ทำช่วงล่างเนี้ยแหละ พอรถที่ขับไล่ตามลงข้างทางไปเยอะแล้ว...เพราะว่าเขาคิดว่า เราเข้าโค้งนี้ได้ มันก็ต้องเข้าได้เหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ดูเลยว่ารถตัวเองทำช่วงล่าง อะไรมาบ้าง :เครียด:
ยิ่งรถที่ได้รับความนิยมก็จะมีของแต่งมาให้เลือกใช้มากตามไปด้วยครับ... :) แต่การเซ็ทอัพเพื่อใช้งานของแต่ละคนก็ต่างกันออกไปอีก.... เรื่องนี้คุยได้เป็นวันๆครับ.. :)
เรื่องสุดท้าย คนขับครับ... ผมจำได้ว่า เคยมีเรื่องที่ เฮียชู(ชูมาคเกอร์) เรียกแทกซี่จากโรงแรมไปสนามบิน แต่ว่า รถแทกซี่ขับช้าไม่ทันใจ(เป็น opel ซะด้วยแต่จำชื่อไม่ได้) ด้วยความที่กลัวว่าจะตกเครื่องเลยต้องขอขับเองครับ... ล่อซะ เมืองแทบแตก... ขับลายสนามโคตรๆ (จากคำบอกเล่าของแทกซี่) เอาใกล้ตัวกว่านั้น... ให้ผมขับรถ corsa ของใครก็ได้ กับให้เชอร์รี่ขับ ลองเอาเวลาต่อรอบมาเทียบกันก็ต่างกันแล้วครับ... ของแบบนี้มันอยู่ที่การฝึกฝนครับ ขับเป็น 10 ปีถ้าฝึกไม่ถูกต้องจดจำในสิ่งที่ผิดๆ ยังไงซะมันก็สู้คนที่ ขับมา 2 ปีแต่ว่ามีพื้นฐานที่ดีไม่ได้ครับ :หึหึ:
ทุกอย่างต้องอาสัยความเข้าใจครับ :) แต่ปัญหาคือ ตัง.... :'( :สำนึก: :please:
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version